ผู้สนันสนุน
ต่อจากตอนที่ 1 เรามาชมสถานที่สำคัญในเขตพระราชวังกันต่อ อาคารไม้สีเขียวที่เห็นนั้นมีชื่อว่า เรือนไม้ริมทะเล ด้านหน้าของเรือนไม้ริมทะเลจะอยู่ติดกับทะเลเลย สามารถมองเห็นวิวทะเลได้จากหน้าต่างด้านใน สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 5 ได้รับการบูรณะมาจนถึงปัจจุบัน ข้างในจัดนิทรรศการข้อมูลเกาะสีชัง
ถอดรองเท้าแล้วเข้ามาข้างในกันครับ
ในเรือนไม้ริมทะเลจะขายเครื่องดื่ม ของว่าง แล้วมารับประทานกันในห้องนี้
เรือนไม้ริมทะเลจะเปิดให้ชมเฉพาะชั้นล่างเท่านั้น
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ปรากฎเด่นชัดว่าเรือนไม้ริมทะเลสร้างขึ้นเมื่อใด สัณนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรือนพักของชาวต่างชาติมาก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงเป็นที่ประทับแรมของพระราชวงศ์ในคราวเสด็จมารักษาพระองค์ ก่อนที่จะมีการสร้างพระจุฑาธุชราชฐาน ในพ.ศ. 2435
ออกจากเรือนไม้ริมทะเลได้เพียงนิดเดียวก็จะเจอ เรือนวัฒนา เป็นเรือนสีขาวตัวอาคารทำด้วยปูน สร้างขึ้นในรัชการที่ 5 โดยพระราชทานนามตามพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี โดยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นอาไศรยสถาน เมื่อ พ.ศ. 2432 เพื่อเป็นที่พักฟื้นสำหรับชาวไทยและต่างประเทศ ต่อมาก็ใช้เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์ก่อนที่จะมีการสร้างพระจุฑาธุชราชฐานในพ.ศ. 2435 ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการณ์เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นบนเกาะสีชัง ในสมัยรัชกาลที่ 5
ข้างในจะมีรูปปั้นไกด์บอกกับเราว่านี่เป็นรูปปั้นจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 นำเข้าจากต่างประเทศ ปัจจุบันได้บูรณะแล้วนำมาเก็บไว้ให้ชมในเรือนวัฒนา
ด้านบนของเรือนวัฒนาให้ขึ้นชมได้แต่ชั้นบนก็ไม่มีอะไรเป็นเพียงห้องโล่งๆ
ออกจากเรือนวัฒนาจะเห็นสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ เนื่องจากว่าบนเกาะสีชังนั้นไม่มีแหล่งน้ำจืด จึงจำเป็นต้องสร้างบ่อเพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้
สระอโนดาดด์ เดินไปอีกนิดก็เจอรูปปั้นรัชกาลที่ 5
ด้านหน้าจะมีกระถางธูปไว้ปักสำหรับคนที่มากราบ ไหว้ ร.5
ภายในพระจุฑาธุชราชฐาน ค่อนข้างกว้างครับถ้าจะเดินชมให้ครบคงต้องมีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงถึงจะเดินได้ครบแบบสบายๆ เราเดินย้อนออกไปตรงทางเข้าจะไปชม พิพิธภัณฑ์สัตวน้ำชลทัศนสถาน กันต่อ
ระหว่างทางเดินก็เจอกันดอกลั่นทมออกดอกสวยงาม อดใจไม่ไหวต้องไปถ่ายรูปมาเก็บไว้ และแล้วเราก็มาถึง [...]







เรื่องที่มีคนอ่านมากที่สุด