จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

ชมโบราณวัตถุ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา พระพุทธรูปและศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลทางด้านวิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และประวัติการสร้างเมืองเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อและชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เป็นต้น เปิดวันพุธ-อาทิตย์ ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท โทร. 0 5377 7102   www.thailandmuseum.com ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ดอยหัวแม่คำ หมู่บ้านชาวเขา เชียงราย

ดอยหัวแม่คำ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,850 เมตร จากเชียงรายใช้เส้นทางเดียวกับทางขึ้นดอยแม่สลองสายเก่า ทางหลวงหมายเลข 1130 แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกอีก้อ ผ่านบ้านเทิดไทย ไปจนถึงบ้านแม่คำ ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 100 กิโลเมตร บ้านหัวแม่คำอยู่เกือบสุดชายแดน เส้นทางเป็นทางลูกรังคดโค้งไปตามทิวเขา ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ดอยหัวแม่คำเป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเผ่าลีซอ เป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอีก้อ ม้งและมูเซอ ในช่วงเวลาซึ่งตรงกับตรุษจีนของทุกปี ชาวลีซอจะจัดงานประเพณีกินวอ ซึ่งเปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ ในวันนั้นชาวลีซอแต่งกายสวยงาม มีการกินเลี้ยง เต้นระบำ 7 วัน 7 คืน และในเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ดอยหัวแม่คำงดงามไปด้วยดอกบัวตองสีเหลืองสดใสสะพรั่งอยู่ทั่วไปตามแนวเขา เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก บนดอยมีบริการบ้านพัก 4 หลัง ติดต่อเกษตรที่สูงหัวแม่คำ โทร. 0 5391 8101 หรือ สำนักงานเกษตรเชียงราย โทร. 0 5377 3496 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

บ้านเทอดไทย อดีตบ้านพักขุนส่า ราชาเฮโรอีน

บ้านเทอดไทย เดิมเรียกว่า “บ้านหินแตก” อยู่ห่างจากเชียงราย 66 กิโลเมตร ใน พ.ศ. 2511 ขุนส่าเคยเข้ามาใช้เป็นฐานที่มั่นในฐานะผู้นำกองทัพกู้ชาติไต “ขุน” เป็นคำที่ประชาชนรัฐฉานเรียกบุคคลที่ให้ความเคารพนับถือ แต่ชาวโลกรู้จักขุนส่าดีในชื่อ “ราชาเฮโรอีน” ระหว่าง พ.ศ. 2519-2525 ขุนส่าได้ใช้บ้านหินแตกเป็นฐานที่มั่นอย่างถาวรและกระทำการผิดกฎหมาย จนทางรัฐบาลไทยต้องใช้กำลังผลักดันให้ออกไปจากประเทศไทย คงทิ้งไว้แต่อดีตที่เหลืออยู่ เช่น บ้านพักที่ขุนส่าใช้เป็นศูนย์บัญชาการ นอกจากนี้บ้านเทอดไทยยังเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเขาหลายเผ่าซึ่งสามารถพบเห็นได้ในตลาดยามเช้า ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดพระธาตุจอมจันทร์ เชียงราย

วัดพระธาตุจอมจันทร์ ตำบลสันทราย ครูบาทิพย์ เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2458 โดยเห็นนิมิตในคืนหนึ่งเป็นแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสว่างไสวระยิบระยับสีเขียวบนดอยที่ตั้งองค์พระธาตุ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงไปสำรวจพบว่าเป็นดอยที่เหมาะสม มีคูล้อมรอบ ไม่ติดกับดอยลูกใดเลยในบริเวณใกล้เคียงกัน  จึงชักชวนสาธุชนร่วมกันก่อสร้างพระเจดีย์ ต่อมาในพ.ศ. 2468 ได้ก่อสร้างวิหาร กุฎิ และศาลา ตั้งชื่อว่าวัดพระธาตุจอมจันทร์ มีภิกษุจำพรรษาติดต่อกันมาจนถึง พ.ศ. 2480 ได้เกิดไฟป่าลุกลามไหม้ศาลาและกุฎิจนหมด เหลือแต่พระเจดีย์และวิหาร ด้วยศรัทธาชาวบ้านจึงย้ายมาสร้างวัดอยู่ข้างล่าง ห่างวัดเดิม 300 เมตร วัดพระธาตุจอมจันทร์จึงได้กลายเป็นวัดร้างแต่นั้นมา จนถึงพ.ศ. 2542 จึงได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ การเดินทาง ออกจากอำเภอเชียงแสนโดยทางหลวงหมายเลข 1016 สายเชียงราย-เชียงแสน มุ่งสู่อำเภอแม่จันผ่านเทศบาลจันจว้า ตำบลจอมสวรรค์ และตำบลสันทราย ถึงปากทางเข้าพระธาตุจอมจันทร์

พิพิธภัณฑ์พระ รวบรวมพระพุทธรูปโบราณ เชียงราย

พิพิธภัณฑ์พระ ตั้งอยู่ซ้ายมือบนถนนแม่จัน-เชียงแสน 6 กิโลเมตร เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสุดยอดพระพุทธรูปโบราณ และพระเครื่องทุกยุคสมัย เช่น ทวารวดี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ลพบุรี อยุธยา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากต่างประเทศอีกมากมาย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 100 บาท โทร. 0 5365 3038-9 โทรสาร 0 5365 3040 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เชียงราย

ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 13 บนทางหลวงหมายเลข 1089 สายแม่จัน-ท่าตอน ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 42 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วยขุนน้ำแม่จัน มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ แสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทย ลาว จีน(ตอนใต้) พม่า เวียดนาม และกัมพูชา พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงเวลา 12.00-13.00 น. คนละ 350 บาท จัดแสดงรอบพิเศษไม่ต่ำกว่า 30 คน เวลา 18.00-19.00 น. คนละ 380 บาท มีที่พักบริการ โทร. 0 5371 0881-8 โทรสาร 0 5371 0889 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

น้ำพุร้อนป่าตึง เชียงราย

น้ำพุร้อนป่าตึง หรือ น้ำพุร้อนห้วยหินฝน ตำบลป่าตึง มีน้ำพุร้อนขึ้นหลายจุดในพื้นที่เกือบ 10 ไร่ บางจุดพุ่งขึ้นสูงถึง 7 เมตร  น้ำพุร้อนนี้เป็นน้ำร้อนที่ไหลขึ้นมาสม่ำเสมอ มีบริการห้องแช่ 8 ห้อง ค่าบริการ 30 บาท ห้องตักอาบ 6 ห้อง ราคา 20 บาท โทร. 0 5377 2577 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดจอมหมอกแก้ว เชียงราย

วัดจอมหมอกแก้ว บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว ถูกสร้างขึ้นในสมัยใดยังไม่ปรากฎหลักฐาน เดิมชาวบ้านพบจอมปลวกมีลักษณะคล้ายพระธาตุอยู่บนเนินเตี้ย ๆ และพบเครื่องปั้นดินเผาที่แตกกระจัดกระจายทั่วบริเวณ ใครจะเข้าป่าในบริเวณนี้ต้องกราบไหว้ขออนุญาตก่อน ชาวบ้านเชื่อว่าจอมปลวกนั้นเป็นที่บรรจุอัฐิของเช้อกระวงศ์สมับโบราณ สันนิษฐานว่าเจดีย์ถูกสร้างขึ้นมาครองจอมปลวกนั้นภายหลังรายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5371 7166 การเดินทาง จากแยกเดินห้า มาตามถนนเด่นห้า-ดงมะดะ ผ่านปากทางไปวัดร่องขุ่นทางด้านตะวันออก และปากทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ ผ่านศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ป่า หน้าหนองผักเฮือด ตลอดเส้นทาง ราว 24 กิโลเมตร ถึงพระธาตุจอมหมอกแก้ว ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ถ้ำผาตอง ถ้ำสายธาร ถ้ำแม่ครัว เชียงราย

ถ้ำผาตอง บ้านถ้ำผาตอง ตำบลท่าสุด จากตัวเมืองเชียงรายไปตามถนนเชียงราย-แม่จัน 19 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 848 หน้าวัดแม่ข้าวต้มท่าสุด ไปอีก 3 กิโลเมตร นอกจากถ้ำผาตองแล้วยังมีถ้ำสายธาร ถ้ำแม่ครัว จุดน่าสนใจคือ กลุ่มแกะสลักไม้กระบวยตักน้ำกะลามะพร้าว มีด้ามไม้สักแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ที่แสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนา ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ถนนธนาลัย เชียงราย

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ถนนธนาลัย ดำเนินงานโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนจังหวัดเชียงราย จัดแสดงและฉายสไลด์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัตถุสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ชุดแต่งกายประจำเผ่า รวมทั้งข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับชาวไทยภูเขา 6 เผ่า คือ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง มูเซอ เย้า และม้ง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 50 บาท โทร. 0 5374 0088, 0 5371 9167 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย