จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

วัดต้นสน อ่างทอง

วัดต้นสน อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับวิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง  เป็นวัดเก่าแก่โบราณ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร พระนามว่า สมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดีศรีเมืองทอง หรือเรียกชื่อย่อว่า  “สมเด็จพระศรีเมืองทอง”   ขนาดหน้าตักกว้าง 6 วา 3 ศอก 9 นิ้ว   สูง 9 วา 1 ศอก 19 นิ้ว หล่อด้วยโลหะทั้งองค์ลงรักปิดทอง พระราชสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดต้นสนเดิมเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2516  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีสวมเกตุสมเด็จพระศรีเมืองทอง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2528 นับเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะขนาดใหญ่ที่สุดองค์แรกและมีพุทธลักษณะที่สวยงามมากอีกองค์หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีวังปลาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดอ่างทองวรวิหาร

วัดอ่างทองวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตะวันออก ข้างศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นวัดเล็กๆ 2 วัด  ชื่อ  วัดโพธิ์เงิน และวัดโพธิ์ทอง  สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4  ต่อมาในปี พ.ศ. 2443  สมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จทางชลมารคผ่านวัดทั้งสองนี้จึงโปรดฯ ให้รวมวัดสองวัดเป็นวัดเดียวกัน และพระราชทานนามว่า  “วัดอ่างทอง”   วัดนี้มีพระอุโบสถที่งดงาม  มีพระเจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีทองด้านและหมู่กุฏิทรงไทยสร้างด้วยไม้สักงดงามเป็นระเบียบซึ่งล้วนเป็นสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดชัยมงคล อ่างทอง

วัดชัยมงคล สร้างราวปีพ.ศ. 2400 ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 เหตุที่ชื่อว่า วัดชัยมงคล เนื่องจากเป็นจุดแพ้ชนะในการแข่งเรือ เหนือวัดขึ้นไปเป็นวัดสนามชัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขัน ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นใหม่ในปัจจุบัน โดยนำศิลปะสมัยใหม่มาผสมผสานเช่น การใช้แสงเงา การใช้สีสะท้อนแสง การเขียนแบบเหมือนจริง การให้น้ำหนักสีอ่อนและเข้ม นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการวางภาพ เช่น บนผนังเหนือหน้าต่างเขียนภาพเทพชุมนุมเพียงแถวเดียว หรือ ที่ผนังตรงข้ามองค์พระประธานเขียนภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนพุทธบัลลังก์แทนภาพมารผจญ ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ศาลหลักเมือง อ่างทอง

ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด  เป็นอาคารจตุรมุข  ตัวศาลสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของเทพารักษ์พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง จะปกปักรักษาและปัดเป่าภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองและประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งการสร้างศาลหลักเมืองจะมีพิธีการตัดไม้มงคลเพื่อนำมาเป็นศาลหลักเมือง มีการบวงสรวงก่อนตัดไม้มงคลโดยโหรหลวงจากสำนักพระราชวัง ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ 2 ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ  ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ)  ภายในศาลมีภาพจิตรกรรมฝาผนังลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งสวยงามมาก  ศาลหลักเมืองอ่างทองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สวยงามสมกับเป็นหลักชัยและหลักใจของประชาชนชาวอ่างทองอย่างยิ่ง  ผู้ที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดนี้ไม่ควรพลาดการไปเคารพสักการะศาลหลักเมืองแห่งนี้ ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดจันทรังษี อ่างทอง

วัดจันทรังษี ตั้งอยู่ที่บ้านนา หมู่ 9 ตำบลหัวไผ่ จากแยกสายเอเชียเข้าตัวอำเภอเมืองอ่างทองไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัดเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้มีพื้นที่สองฝั่งถนน  ฝั่งหนึ่งมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  ประชาชนนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อโยก” และอีกฝั่งหนึ่งของถนน เป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อสด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์หลวงพ่อสดทำจากโลหะ เริ่มสร้างเมื่อปี 2539 ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร 9 นิ้ว สูง 9.9 เมตร เหลืองอร่าม มีความงดงามมาก ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดมธุรสติยาราม อ่างทอง

วัดมธุรสติยาราม ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เลยสี่แยกทางเข้าอ่างทอง  สายเอเชียไปทางนครสวรรค์ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าปั๊มน้ำมันปตท.ไปประมาณ 30 เมตร เดิมชื่อวัดกุฏิ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประคำทองซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเก่ามาแต่โบราณ  สันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีหลักฐานสำคัญเหลือให้เห็นคือ กำแพงแก้ว พระอุโบสถ เจดีย์และวิหาร ซึ่งวางจัดกลุ่มได้เหมาะสม มีรูปทรงที่งดงาม พระอุโบสถเจดีย์เป็นรูปโค้งสำเภาก่ออิฐถือปูนกว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร หลังคาสูง 6 เมตรมุงด้วยกระเบื้องดินเผา  สิ่งที่เป็นศิลปะชั้นเยี่ยมของพระอุโบสถได้แก่ หน้าบันไม้ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถแกะสลักลายอย่างวิจิตรพิศดาร เป็นลายดอกบัวอยู่กลาง ก้านขด ปลายลายเป็นช่องหางโต แปลกตรงที่ลายดอกบัวมีลักษณะคล้ายจะเป็นเทพนมอยู่ยอดดอกบัว ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดสุวรรณเสวริยาราม อ่างทอง

วัดสุวรรณเสวริยาราม อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกในท้องที่ตำบลตลาดกรวด  อยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) กิโลเมตรที่ 103–104 หรือ จากศาลากลางจังหวัดไปตามถนนคลองชลประทานประมาณ  3  กิโลเมตร   ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดองค์พระยาวประมาณ 10 วา และยังมีโบราณวัตถุต่างๆที่มีอายุราว 100 ปี  ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นใน สมัยร.4 เป็นฝีมือช่างหลวง ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดราชปักษี อ่างทอง

วัดราชปักษี(นก)  อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกตามเส้นทางหลวงหมายเลข 309 (สายอ่างทอง-อยุธยา)  กิโลเมตรที่  52–53 จากอำเภอเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 3 – 4 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีลักษณะคล้ายพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกแต่มีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย  สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าสมัยอยุธยา   เดิมองค์พระชำรุดทรุดโทรมอย่างมากปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ และยังมีพระพุทธรูปสร้างสมัยพระเจ้าทรงธรรมราวพ.ศ.  2163 เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาเมื่อใกล้จะพังลงน้ำ พระมหาวิเชียร ขันนาค พร้อมด้วยพุทธบริษัทได้ช่วยกันเลื่อนเข้ามาประดิษฐาน ไว้ ณ ที่ปัจจุบัน เมื่อปีพ.ศ. 2490 ต่อมาได้ชักชวนกันสร้างพระวิหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงทำการฉลองเมื่อปีพ.ศ. 2502 เพราะเหตุที่ผ่านอุปสรรคจากกิเลสมารตลอด รอดมาได้ อย่างราบรื่น   จึงพร้อมใจกันถวาย พระนามนิมิตรว่า   “ พระรอดวชิรโมลี ” เพื่อเป็นที่สักการะเคารพบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายตลอดกาล 5,000 พรรษา ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดพินิจธรรมสาร อ่างทอง

วัดพินิจธรรมสาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลากด ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ตามถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก-อยุธยา  กิโลเมตรที่ 15 เดิมชื่อ “วัดกระสอบ” สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ วิหารที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่สกุลเชียงแสนรุ่นแรก หน้าตักกว้างประมาณ 6 วาเศษ แบบ “หลวงพ่อโต” ปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิเพ็ชรประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง ตั้งอยู่ ถนนเลี่ยงเมือง ริเริ่มและดำเนินการโดยเทศบาลเมืองอ่างทอง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองท้องถิ่น เทศบาลเมืองอ่างทองได้ทำการเปิดศูนย์ ฯ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2548 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (นายกมล จิตระวัง)  มีวัตถุประสงค์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวอ่างทอง และนักเรียน นักศึกษารวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ให้ข้อมูลความเป็นมาและเป็นไปของเมืองอ่างทอง ผ่านการนำเสนอเนื้อหาสาระในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญและโดดเด่น และน่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ เข้าใจ และประทับใจในความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของเมืองอ่างทอง โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านการออกแบบ เทคนิคการจัดแสดงที่หลากหลาย ทั้งภาพประกอบคำบรรยาย หุ่นจำลองเหตุการณ์ การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยายที่เหมือนจริง การใช้เสียงบรรยาย การใช้สื่อวิดีทัศน์ รวมถึงวัตถุจัดแสดงที่สามารถสัมผัสได้ เพื่อให้ผู้ชมเพลิดเพลิน มีส่วนร่วม และจดจำสาระเนื้อหาของเมืองอ่างทอง ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าชมในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น. และในวันเสาร์-อาทิตย์  (สำหรับขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ) ในกรณีที่ชมเป็นหมู่คณะโปรดแจ้งให้เทศบาลเมืองอ่างทองทราบล่วงหน้า โทร 0 3561 […]