จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 31 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 322 (สุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์) ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และ  องค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคม ปีพ.ศ.2135  และในปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณะปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่  โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2502 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 25 มกราคม ของทุกปี เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และถือเป็นวันกองทัพไทย  พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ทุกปี  เลยจากเจดีย์ไปประมาณ 100 เมตร เป็นที่ตั้งของ พระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยา มีผู้นิยมไปสักการะบูชาอยู่เสมอ ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก สุพรรณบุรี

โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) ตำบลสนามชัย  ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นโรงละครภูมิภาคขนาด  850  ที่นั่ง  ซึ่งกำหนดให้สร้างขึ้นสำหรับภาคตะวันตกของประเทศ  เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการแสดง  ให้บริการทางวิชาการด้านนาฏศิลป์ ดนตรี  รวมทั้งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างชาติ  ประจำภาคตะวันตก มีการจัดการแสดงละครและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมโดยนักเรียนของวิทยาลัยนาฏศิลปให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม  ทุกวันเสาร์ที่ 1, 2 และ 3  สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0 3553 5112  บัตรเข้าชมราคา  40  บาท  60  บาทและ  80 บาท ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา สุพรรณบุรี

หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร  ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ตั้งอยู่ริมถนนสุพรรณบุรี – ชัยนาท ทางหลวงหมายเลข 340 ตำบลสนามชัย เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรีร่วมกันบริจาคเงินก่อสร้างโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ ดำเนินการออกแบบโดยกรมศิลปากร มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ภายในจัดแสดงประวัติและผลงานของ ฯพณฯ บรรหาร  ศิลปอาชา  ตั้งแต่วัยเด็กกระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หอเกียรติยศ ฯ ประกาศจัดตั้งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน อาคารจัดแสดงชั้นที่ 1 จำลองบรรยากาศร้าน “ย่ง หยู ฮง” ในตลาดสุพรรณบุรี ประมาณ พ.ศ. 2487 แสดงภาพชีวิตวัยเด็กและหน้าที่รับผิดชอบที่เด็กชายบรรหารในวัย 12 ปี มีต่อครอบครัว  เรื่องราวของนักสู้ชีวิตจากสุพรรณบุรีที่ช่วยพี่ชายทำงานจนกระทั่งภายหลังประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง  จนมีฐานะมั่นคง  การจัดแสดงช่วงเวลาสำคัญต่างๆ ในชีวิตของนายบรรหารก่อนเข้าสู่การเมือง เช่น อุปสมบท สมรส และจัดแสดงผลงานด้านต่างๆ ที่นายบรรหารให้ความช่วยเหลือและพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี  ชีวิตทางการเมือง รวมทั้งบทบาททางการเมือง อาคารจัดแสดงชั้นที่ […]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ตั้งอยู่บนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท  (ทางหลวงหมายเลข 340)  ตำบลสนามชัย  ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี  ตรงข้ามกับศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  ประกอบด้วยวิทยาลัยนาฎศิลปสุพรรณบุรี  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี  หอจดหมายเหตุแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี  หอสมุดแห่งชาติ  จังหวัดสุพรรณบุรีเฉลิมพระเกียรติ  และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก  จังหวัดสุพรรณบุรี  ที่จัดตั้งขึ้นตามโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง  สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ภายในอาคารนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑ์ ได้จัดแสดงประวัติฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองสุพรรณบุรีในอดีต  พัฒนาการของเมืองสุพรรณบุรีตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์  ทวารวดี  ลพบุรี  อยุธยา  และสมัยรัตนโกสินทร์  จัดแสดงเหตุการณ์สำคัญครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชชนะศึกยุทธหัตถีผ่านสื่อโสตทัศนูปกรณ์  จัดแสดงประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมของกลุ่มชนต่างๆ  ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี  รวมถึงประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรีในอดีต  ท่านสามารถชมพระพิมโบราณจากกรุวัดที่มีชื่อเสียงต่างๆในเมืองสุพรรณบุรี  พร้อมยังรวบรวมผลงานของศิลปินในสาขาต่างๆ   ไม่ว่าจะเป็นนักร้องลูกทุ่งเพลงพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี  เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ–วันอาทิตย์ เวลา  09.00-16.00 น. เว้นวันจันทร์  วันอังคาร  และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (วันปีใหม่และวันสงกรานต์) ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  โทร. 0 3553 5330 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดพระนอน มหัศจรรย์อุทยานมัจฉา Unseen Thailand สุพรรณบุรี

วัดพระนอน ตั้งอยู่ตำบลพิหารแดง เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมี อุทยานมัจฉา อยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด  ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณวัดจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด  และยังมีวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน มีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น คือ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงายขนาดเท่าคนโบราณยาวประมาณ 2 เมตร  เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดพระลอย อุโบสถจตุรมุข สุพรรณบุรี

วัดพระลอย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลรั้วใหญ่ เลยวัดแคไปไม่ไกล สาเหตุที่สร้างวัดนี้น่าจะมาจากที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรกเนื้อหินทรายขาวลอยมาตามแม่น้ำท่าจีน(แม่น้ำสุพรรณ) จึงได้ทำพิธีอาราธนาขึ้นมาจากแม่น้ำ  สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี  นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ที่ปรักหักพังสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง  ทางวัดได้ปฏิสังขรณ์โดยสร้างโบสถ์ใหม่ครอบ   และยังมีอุโบสถจตุรมุขใหญ่ สูงเด่น สง่างาม ประดิษฐานพระพุทธนวราชมงคล สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่างๆ เก่าแก่มาก บริเวณท่าน้ำหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ มีฝูงปลาหลายชนิดผู้มาเที่ยวชมสามารถให้อาหารปลาได้ ถือเป็น อุทยานมัจฉา อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดแค คุ้มขุนแผน พระพุทธบาทสี่รอย สุพรรณบุรี

วัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุไปทางเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 9.50 เมตร อายุประมาณ 1,000 ปี เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากต้นมะขามต้นนี้กับท่านอาจารย์คงเพื่อใช้เวลาโจมตีข้าศึก ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า “คุ้มขุนแผน” เพื่อเป็นอุทยานวรรณคดีและเป็นการอนุรักษ์ศิลปด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. 2447  วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่  พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลืองกว้าง 1.40 เมตร ยาว 2.80 เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่  นอกจากนี้ยังมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบศิลปรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นลายดอกพิกุลงดงามมาก  ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มี เช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้มกรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปีพ.ศ.  2412 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรี

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อยู่ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ 300 เมตร  เขตตำบลรั้วใหญ่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี   ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี  ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก กรุในองค์พระปรางค์นี้เป็นต้นกำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน “เบญจภาคี” 5 พระเครื่องยอดนิยม อันได้แก่ พระสมเด็จนางพญาของสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร  พระผงสุพรรณ จังหวัดสุพรรณ   พระสมเด็จนางพญา จังหวัดพิษณุโลก พระทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชรและพระรอด จังหวัดลำพูน นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า ปรางค์องค์นี้น่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะจากหลักฐานการก่อสร้างองค์ปรางค์เป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สระศักดิ์สิทธิ์ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ สุพรรณบุรี

สระศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว ริมถนนสายดอนเจดีย์-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 322) กิโลเมตรที่ 7-8  ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระศักดิ์สิทธิ์ที่ตำบลนี้ จึงเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านท่าเสด็จ สระศักดิ์สิทธิ์เดิมพบเพียง 4 สระ คือ  สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ ต่อมาพบอีก 2 สระ คือ สระอมฤต 1 และสระอมฤต 2 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหัตถเลขาไว้ว่า  “…แต่เหตุไฉนที่สระนี้ขลังนักไม่ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้อาศัยอยู่ทั้งสี่สระ…น้ำสระคา สระยมนา ไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษ สระแก้วใสสะอาด…”    น้ำในสระทั้งหมดนี้ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและพระราชพิธีสระน้ำมูรธาภิเษกตามลัทธิพราหมณ์  กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนจัดตั้งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานไว้  แต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สวนนกท่าเสด็จ สุพรรณบุรี

สวนนกท่าเสด็จ (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ) ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเสด็จ ตำบลสระแก้ว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร ไปตามทางสายสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ (ทางหลวงหมายเลข 322) กิโลเมตรที่ 6-7  เข้าถนนคันคลองไปประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 200 เมตร สวนนกแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่ดินของป้านก พันธุ์เผือก และลุงจอมกับป้าถนอม มาลัย เดิมเป็นสวนผลไม้ในระยะแรกยังมีนกไม่มาก ต่อมานกเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ  เจ้าของที่ดินเป็นคนใจดีจึงปล่อยให้นกมาอาศัยทำรังจนนกเพิ่มเป็นจำนวนนับหมื่นตัว นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วมีนกหลายชนิด เช่น นกปากห่าง นกกระสา นกยาง และนกช้อนหอย เป็นต้น  ต่อมาทางราชการเข้ามาดำเนินการพัฒนาสวนนกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ มีหอดูนกไว้ขึ้นชมนกจากมุมสูง เวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง ส่วนตอนเย็นจะเห็นนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน   ช่วงที่มีนกมาก คือ ช่วงเดือนตุลาคม ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย