เที่ยวเกาะสีชัง ชลบุรี ชมพระราชวังเก่า เล่นน้ำหาดถ้ำพัง ตอนที่ 1

ในเดือนพฤษภาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีวันหยุดอยู่หลายวัน หยุดหลายวันแบบนี้จะให้อยู่บ้านเฉยๆก็คงเซ็งไม่น้อย ผมเองก็เช่นกัน ต้องออกไปเที่ยวซักหน่อย ออกไปเที่ยว ออกไปช่วยชาติครับ นั่งนึกอยู่ว่าจะไปที่ไหนดีที่ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับได้ แว๊บหนึ่งในใจก็เป็นเกาะสีชัง ชลบุรี เมื่อคิดได้แล้วก็ชวนแม่กับน้องไปเที่ยวกัน ก็ตกลงโดยดีด้วยความที่ไม่มีใครเคยไปเกาะสีชังมาก่อนเลยอยากไปกัน
เราออกจากบ้านกันแต่เช้าตั้งแต่ตี 5 เลยละครับ เพื่อที่จะได้ไปทันเรือรอบแรกตอน 7.00 น ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์(ทางหลวงหมายเลข 7) สำหรับค่าผ่านทางก็ 30 บาท 2 ด่าน (30+30) เตรียมเงินไว้ให้พร้อมจะได้ไม่เสียเวลา ออกจากมอเตอร์เวย์ตรงที่ป้ายชี้ว่าบางแสน แล้วเข้าถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทางพัทยา จะเห็นป้ายเลี้ยวขวาไปเกาะลอย ให้เลี้ยวเข้าไปเลยครับ เราไปถึงก่อน 7.00 น เล็กน้อย มีที่จอดรถเยอะแยะเลย คงยังไม่ค่อยมีใครมากัน ยังเช้าอยู่ จากนั้นก็เดินไปขึ้นเรือตรงท่าเรือที่ยื่นออกไป อยู่ตรงอาคารหลังคาสีแดงนี้แหล่ะครับ

ค่าเรือข้ามไปเกาะสีชังคนละ 35 บาท เรือออกทุกชั่วโมงตั้งแต่ 7.00-18.00 น. เรือข้ามไปเกาะสีชังจะเป็นเรือ 2 ชั้น แนะนำว่าให้เลือกนั่งชั้นที่ 2 จะสบายกว่าเห็นวิวสวยๆ ได้รับลมด้วย ส่วนผมได้นั่งชั้นล่างครับ เนื่องจากไปช้าที่นั่งเต็ม ชั้นล่างจะค่อนข้างร้อน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นที่นั่งตรงหัวเรือต้องปิดหน้าต่างไว้กันน้ำกระเด็นเข้ามา เรือเที่ยวแรกนั้นจะเต็มไปด้วยผัก อาหารสดที่ซื้อจากฝั่งศรีราชาขนไปยังเกาะสีชัง ฉะนั้นไม่ต้องแปลกในว่าของบนเกาะจึงแพงกว่าบนฝั่ง ถ้าไปกันหลายคนก็ซื้ออาหารทะเลสดไปปิ้งกินที่เกาะก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อบนเกาะ

สำหรับตั๋วโดยสารที่ได้มาเก็บไว้ก่อนนะครับเวลาเรือออกเค้าจะมาเก็บตั๋ว ที่ตั๋วจะบอกตารางเรือเฉพาะของตัวเอง จริงๆแล้วมีเรือ 4 บริษัทสลับกันเดินเรือทุกชั่วโมง ลักษณะที่นั่งด้านล่างจะเป็นเก้าอี้พลาสติกซ้าย 3 ที่นั่ง ขวา 3 ที่นั่งที่เก้าอี้จะมีเสื้อชูชีพไว้ให้อยู่ ใครจะใส่ชูชีพเลยก็ได้ ปลอดภัยไว้ก่อน แต่ก็สังเกตุว่าเก้าอี้บางตัวทำไมไม่มีชูชีพ ถ้าผู้เกี่ยวข้องผ่านมาอ่านช่วยตรวจสอบให้หน่อยนะครับ อยากให้มีชูชีพทุกที่นั่งเพื่อความปลอดภัย เวลาเกิดอะไรขึ้นมาจะได้ไม่มาล้อมคอกทีหลัง
นั่งได้สักพักเรือก็บีบแตรปี๊นๆ เป็นการส่งสัญญาณว่าเรือจะออกแล้วนะ และแล้วเราก็ออกจากฝั่ง เรือข้ามไปเกาะสีชังขับเร็วกว่าเรือข้ามไปเกาะล้านอีก นั่งแล้วไม่เมาเรือด้วย ตอนนี้เรามาอยู่กลางทะเลจะเห็นเรือเดินสมุทรลำใหญ่ๆเต็มไปหมดเลยมาทอดสมอที่กลางทะเล เสียดายที่ผมนั่งตรงกลางเลยไม่มีโอกาสถ่ายรูปมาให้ได้ชมกัน
เกาะสีชังจะมีท่าเรืออยู่ 2 ท่าด้วยกันคือท่าล่าง(ท่าเทวงษ์) และท่าบน(ท่าภาณุรังษี) ประมาณ 45 นาทีเราก็มาถึงท่าล่าง จริงๆแล้วเรือจะจอดท่าล่างก่อนแล้วไปที่ท่าบน ไหนๆเราก็จะไปเที่ยวรอบเกาะอยู่แล้วขอลงท่าล่างเลยดีกว่า รู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ในเรือ

เมื่อขึ้นมาอยู่บนเกาะแล้วจะมีมอเตอไซค์ สกายแลป รถนำเที่ยว มาหาเราเลย อาจจะดูงงๆซะหน่อย ไม่รู้จะเลือกอะไรดี เดี๋ยวผมเอาราคามาให้ดูก่อน
- มอเตอร์ไซค์ 1ชั่วโมง 80 บาท, เหมาทั้งวัน 250 บาท, ค้างคืน 300 บาท
- รถสองแถว เที่ยวรอบเกาะไม่จำกัดเวลา 500 บาท นั่งได้ไม่เกิน 15 คน
- สกายแลป เที่ยวรอบเกาะไม่จำกัดเวลา 250 บาท นั่งได้ไม่เกิน 6 คน จ่ายค่าโดยสารตอนขากลับที่ท่าเรือ
ผมเลือกใช้บริการสกายแลป สกายแลปจะเป็นไกด์ให้เราด้วยนะครับ สกายแลปรูปร่างด้านหน้าเหมือนกับมอเตอร์ไซค์แต่เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์รถยนต์เล็กๆ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีแรงพอขึ้นเราลงเขา มีที่นั่ง 2 ฝั่งหันหน้าเข้าหากันมีหลังคา

จุดแรกที่พี่สกายแลปพาเราไปนั้นเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่จะอยู่ด้านเหนือของเกาะถัดจากท่าเรือเทววงศ์ขึ้นไป ข้างๆศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นจะเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้นอยู่ในถ้ำด้านบนจะต้องขึ้นบันไดไป 150 กว่าขั้น อยู่บนยอดเขาคยาศิระ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเกาะสีชัง บันไดสูงๆแบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องเข่าเท่าไหร่นัก เมื่อขึ้นไปได้นิดนึงจะมีสถานสงเคราะห์คนชราเชิญชวนให้เราบริจาคปัจจัย เราเดินกันมาได้เหงื่อซึมๆก็มาถึงข้างบนสังเกตุว่าสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบจีนผสมกับไทยบ้าง ด้านบนจะมองเห็นท่าเรือและบ้านเรือนชาวเกาะสีชังได้อย่างชัดเจน

มองจากมุมนี้จะเห็นเรือเดินสมุทรมากมายทอดสมอลอยอยู่กลางน้ำหลายสิบลำ หันกลับมาดูข้างในศาลกันต่อ

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่จะอยู่ในถ้ำครับ เป็นถ้ำเล็กๆทาสีทองภายในถ้ำ จากตรงนี้เดินไปอีกนิดเดียว ในช่วงตรุษจีนคนจีนจะมากันเยอะมาก โดยมีความเชื่อว่าใครมาไหว้ติดต่อกัน 3 ครั้ง ภายใน 3 ปีจะเจริญ ร่ำรวย

หลังจากนั้นก็ออกมาชมข้างนอกกันต่อ
![]() |
อันที่จริงแล้วบนยอดเข้าเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นี้ยังมี มณฑปรอยพระพุทธบาท ที่รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ จำลองจากรอยพระพุทธบาทที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อปี พ.ศ.500 บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ แต่ผมไม่ได้ขึ้นไปชมครับ |
ลงมาจะมองหาพี่สกาปแลป พี่หายไปไหนแล้ว อ้อ..มาแอบซื้อหมูปิ้งอยู่นี่เอง

จากประวัติที่อ่านมา เกาะสีชัง เป็นเกาะที่มีอากาศดี คนบนเกาะจะมีอายุยืน จากจดหมายเหตุตามเสด็จประพาสจันทบุรีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงพระเยาว์ได้เสร็จตาม ร.4 ประพาสมาที่เกาะสีชัง และทรงแจกทานแก่ผู้สูงอายุบนเกาะที่มีอายุเกิน 100 ปี ถึง 3 คน ในสมัยนั้นเกาะสีชังจึงเป็นสถานพักฟื้นที่นิยมของชาวไทยและชาวต่างชาติ
ในสมัย ร.5 พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ทรงมีพระอาการประชวร แพทย์หลวงได้ถวายคำแนะนำให้พักรักษาตัวที่เกาะสีชัง ร.5 ทรงมีความห่วงใยก็เสด็จไปทรงอภิบาลพระราชโอรสเป็นการประจำเช่นกัน ท่านได้พระราชทานความเจิญให้กับเกาะสีชังด้วยการก่อสร้างสิ่งต่าง (เป็นที่มาของสิ่งก่อสร้างบนเกาะสีชังว่ามักจะมีคำว่า “อัษฎางค์”)
ในปี พ.ศ.2431 จึงได้สร้างตึกสามหลังขึ้นจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับเป็นที่พักฟื้นผู้ป่วยได้แก้ตึกวัฒนา ตึกผ่องศรี และตึกอภิรมย์ และในปีในปี พ.ศ.2435 ได้โปรดเกล้าให้สร้างพระราชฐานขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับเพื่อแปรพระราชฐานใน ฤดูร้อน พระราชทานนามว่า “จุฑาธุชราชฐาน” ตามพระนามของพระเจ้าลูกยาเธอที่ประสูติที่เกาะสีชัง เมื่อ 5 กรกฎาคม 2435 เมื่อสร้างพระราชฐานแล้วก็โปรดให้สร้าง ถนน ท่าเรือ บ่อน้ำจืด โรงเรียน สวนสาธารณะ และ ที่ทำการไปรษณีย์
ต่อมาใน ร.ศ.112 ฝรั่งเศสมารุกรานในขณะที่ยังก่อสร้างพระราชฐานยังไม่เสร็จ จึงไม่ได้เสด็จไปประทับแรมที่เกาะสีชังอีกและต่อมาโปรดให้รื้อพระที่นั่ง “มันธาตุรัตนโรจน์” ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ มาสร้างใหม่ที่พระราชวังดุสิต ปัจจุบันคือ พระที่นั่งวิมานเมฆ (พระที่นั่งไม้สักทองทั้งหลัง)
สถานที่ต่อไปที่จะพาไปชมคือช่องอิศริยาภรณ์ หรือช่องเขาขาด ในแต่ละจุดห่างกันไม่มากครับ เพียง 5-10 นาที ระหว่างทางไปดูวิวบ้านเรือน 2 ข้างทางไปก็เพลินดีเหมือนกัน บ้านเรือนที่นี่น่าอยู่ดี สองข้างทางจะปลูกต้นลั่นทม(ลีลาวดี)ทั้งเกาะเลย ต้นลั่นทมที่เกาะออกดอกกันแทบทุกต้น

ถนนที่เกาะสีชังเป็นคอนกรีต มีเพียง 2 เลน เนื่องจากยานพาหนะส่วนมากเป็นมอเตอร์ไซค์เลยไม่ต้องทำถนนใหญ่มาก อากาศก็ค่อนข้างดี ไม่มีมลพิษจากรถยนต์และโรงงาน ถ้าจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ชมรอบเกาะก็ขับได้สบายครับส่วนมากเป็นทางราบไม่ค่อยมีขึ้นเขาลงเขาเท่าไหร่ แปปเดียวเราก็มาถึงช่องเขาขาดและหาดหินกลม

ช่องเขาขาดนั้นจะอยู่ทางด้านหลังของเกาะ ถ้านั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5 ด้านล่างของช่องเขาขาดจะเป็นหาดหินกลม เหตุที่มีชื่อนี้เพราะเต็มไปด้วยหินกลมๆมากมาย หาดนี้ไม่สามารถเล่นน้ำได้นะครับ เราสามารถเดินชมวิวได้จะมีสะพานวชิราวุธข้ามไปยังด้านริมของเกาะ

ตรงแหลมวชิราวุธที่ยื่นไปนั้นบางคนก็ไปเปรียบเทียบกับแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต ว่ามีความสวยงามไม่แพ้กัน บริเวณแหลมนี้สามารถตกปลาได้ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามของเกาะสีชัง เราเดินข้ามสะพานวชิราวุธไปยังอีกฝั่ง

มองจากมุมนี้เห็นคนมาตกปลาหลายคนเหมือนกัน ใครที่อยากค้างคืนดูพระอาทิตย์ตกดินบริเวณช่องเขาขาดก็มีสีชังวิวรีสอร์ท และเกาะสีชังรีสอร์ท ส่วนคนไปเช้า-เย็นกลับหมดสิทธิ์ดูพระอาทิตย์ตกดินครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราขึ้นสกายแลปไปเที่ยวกันต่อ
สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็จะเป็นพระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งเป็นพระราชวังที่ประทับในฤดูร้อนของรัชการที่ 5 มีสถานที่สำคัญอยู่ในนี้หลายแห่งด้วยกัน สกายแลปมาส่งเราที่ด้านหน้าทางเข้าพร้อมกับยื่นนามบัตรให้โทรเรียกเมื่อชมเสร็จแล้ว ระหว่างนี้สกายแลปก็จะไปรับ-ส่งผู้โดยสารต่อ บริเวณทางเข้าจะมีไกด์รุ่นเยาว์อาสาพาชมในพระราชวัง ใครสนใจก็เรียกใช้บริการได้ครับ เมื่อเสร็จแล้วก็ให้ค่าขนมไกด์ เป็นการสนับสนุนการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของเยาวชน
เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะเห็นสะพานอัษฎางค์เรือนไม้สีขาวยื่นไปในทะเลอยู่ทางซ้ายมือ เป็นมุมมหาชนเลยทีเดียวใครมาเกาะสีชังก็ต้องมาถ่ายรูปตรงนี้

เดินเข้าไปข้างในสะพาน แม่กับน้องเดินนำกันไปก่อนแล้ว

วันนี้ค่อนข้างโชคดีท้องฟ้าใสมาก ฝนไม่ตก แต่ที่โชคร้ายคือแดดร้อนมากอยู่กลางแดดแปปเดียวเหงื่อออกเต็มไปหมด มองลงไปที่ทะเลเห็นเม่นทะเลอยู่หลายสิบตัวเลย
ในพระจุฑาธุชราชฐานจะมีหาดท่าวัง หาดนี้เล่นน้ำไม่ได้เช่นกันเพราะเต็มไปด้วยหิน แต่มีวิวที่มองเห็นทะเลได้อย่างสวยงาม จะมองเห็นเรือขนส่งสินค้าอยู่หลายลำลอยอยู่กลางทะเล

หาดท่าวัง ตรงนี้น้ำใสเหมือนกันแต่ทรายไม่ขาว

ตอนเย็นๆมานั่งเก้าอี้รับลม ชมทะเลคงมีความสุขดี

ตรงนี้เป็นฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์ ที่ถูกรื้อเพื่อนำไม้สักไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆที่กรุงเทพฯ
เขียนไปเขียนมาชักจะยาว อยากให้เป็นข้อมูลที่ละเอียดสำหรับคนที่จะไปเที่ยวกัน จะได้รู้รายละเอียดกันก่อนออกเดินทาง ผมขอแบ่งเป็น 2 ตอนนะครับ ตอนต่อไปจะพาไปชมในพระราชวังกันต่อและปิดท้ายด้วยหาดถ้ำพัง … อ่านต่อตอน 2–>
![]() |












May 11th, 2009 at 9:43 am
ชอบเก้าอี้รับลมจัง
เห็นจากรูปก็รู้สึกเย็นใจแล้ว
May 12th, 2009 at 11:20 am
รูปสวยดีท่าน
May 13th, 2009 at 9:21 pm
น่าไปดีเหมือนกันเนอะ วิวทะเลสวยๆ ดีจัง
June 19th, 2009 at 3:24 pm
ไม่น่าเชื่อว่าสถานที่ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จาน่าเที่ยวขนาดนี้ เนอะ
June 22nd, 2009 at 11:58 am
ว่างๆมาตามอ่านแล้ว…
December 11th, 2009 at 9:28 pm
ใกล้ๆ กรุงเทพฯ แค่นี้เอง ไปแล้วจะเอามาโพสให้ดู
December 24th, 2009 at 10:39 pm
เชิญมาเที่ยวเกาะสีชัง บรรยากาศยังบ้านๆ ยังคงธรรมชาติอยู่มาก เช่ามอเตอร์ไซด์ ซิ่งรอบเกาะได้ทั้งวันตามใจฝันค่ะ
January 22nd, 2010 at 9:30 pm
ไปเที่ยวมาแล้วค่ะ สวยมากๆ แถมอยู่ไม่ไกลอีกด้วย อยากให้เพื่อนๆลองไปดูนะค่ะ ไทยเที่ยวไทยค่ะ ไม่ไปไม่รู้นะ
January 24th, 2010 at 11:01 pm
อยากทราบว่า อาหารการกินพวกนี้ เเพงมั้ยอ่าครับ
February 10th, 2010 at 7:13 am
ได้ไปเทื่ยวมาแล้ว ทะเลสวย น่าแปลกใจที่หลายคนมองข้าม อยากชวนให้ไปนะ ขอบคุณที่บรรยายได้ชัดเจน สมจริงจ้า
February 22nd, 2010 at 8:36 pm
ไปมาแล้วประทับใจมากกกกกกกกกกกกกก
ที่จิงเป็นคนชลบุรีแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเท่วเลย
พอมีเวลาว่างจากงานเลยแอบแว็บไปเที่ยวกะหวานใจ
สวยเกินคำบรรยายจริงๆ
กะว่าต้นเดือนนี้จะไปอีกเพราะยังไม่หนำใจกะวิวสวยๆที่นั่น
ผู้คนก้อน่ารักเป็นกันเองและที่สำคัญต้องขอบคุณ คุณลุงพุ่มที่เป็นไกด์พิเศษ
เล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระราชวังให้ฟัง ใจดีจริงเลย
เพื่อนๆคนไหนเบื่อบรรยากาสเมืองหลวงก้อหาเวลามาเที่ยวกับบรรยากาศดีดี
รับรองว่าเห็นของจริงต้องร้อง ฮู้ Ooh แน่ๆ
ไม่เชื่อลองมาสิ