จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

ป้อมพระจุลจอมเกล้า สมุทรปราการ

ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือ ป้อมพระจุล ตั้งอยู่บริเวณริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลแหลมฟ้าผ่า อยู่ห่างจากแยกพระสมุทรเจดีย์ ไปตามถนนสุขสวัสดิ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 303 ประมาณ 7 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 20  ป้อมพระจุลฯ-ท่าดินแดง

เป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นที่ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) เป็นป้อมที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยและประวัติศาสตร์ชาติไทยมายาวนาน เพราะในสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่า ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังแสวงหาเมืองขึ้น บรรดาประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ติดเขตแดนไทย ก็ถูกประเทศทั้งสองเข้าครอบครองไปหมดแล้ว นับเป็นภัยใหญ่หลวงสำหรับประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศไทย พระองค์จึงทรงหาวิธีป้องกันต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันทางน้ำ ทรงดำริให้ปรับปรุงป้อมต่างๆ ทางปากน้ำ โดยจ้างชาวต่างประเทศที่ชำนาญการทหารเรือเป็นที่ปรึกษาวางแผนในการปรับปรุงกิจการทหารเรือในครั้งนั้นด้วย

ภายในป้อมพระจุลจอมเกล้ามีสิ่งที่น่าสนใจคือ

  • พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้มีความสง่างามยิ่ง โดยทรงฉลองพระองค์ในชุดจอมทัพเรือ พระหัตถ์ถือกระบี่  นอกจากนี้ภูมิทัศน์โดยรอบยังแวดล้อมไปด้วยแมกไม้นานาชนิดดูร่มรื่น ใต้ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมาของป้อมพระจุลจอมเกล้า และเหตุการณ์ในสมัย ร.ศ. 112
  • พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง เป็นเรือรบประจำการมีอายุการใช้งานนานที่สุดในกองทัพเรือเป็นเวลากว่า 60ปี จนกระทั่งกระทรวงกลาโหมได้พิจารณาเห็นว่ามีสภาพทรุดโทรมมากจึงปลดประจำการเพื่ออนุรักษ์เป็นพิพิธภัณฑ์ เรือหลวงรบแม่กลองจัดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งลำแรกของไทย ในอดีตเรือหลวงรบแม่กลองมีความสามารถในการรบผิวน้ำ การปราบเรือดำน้ำ และการต่อสู้อากาศยาน เป็นเรือรบที่กองทัพเรือได้สั่งต่อเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2479 ที่อู่อูรางา เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น เรือหลวงแม่กลอง เป็นเรือประเภทเรือสลุต สังกัดกองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ หมายเลขข้างเรือ 414 ความเร็วสูงสุด 14 นอต ความยาวตลอดลำ 85 เมตร ความกว้าง 10.40 เมตร

ใช้ในภาระกิจสำคัญ ๆ เช่น เป็นเรือพระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2494 เป็นเรืออัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมายังท่าราชวรดิษฐ์ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2492 เป็นเรือที่ใช้ปฏิบัติการทางทะเลเป็นประจำสำหรับฝึกนักเรียนนายเรือที่ฝึกภาคต่างประเทศ เป็นเรือออกลาดตระเวน รักษาความสงบเรียบร้อยของน่านน้ำไทยตามเขตแนวชายแดนของประเทศกัมพูชา และยังใช้เป็นเรือสำหรับยิงสลุตประดับธง ประดับไฟ ในพระราชพิธีสำคัญ และในการรับรองบุคคลสำคัญที่มาเยือนไทย

  • อุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนม์มายุครบ 6 รอบ  ในวันที่ 5 ธันวาคม 2545

สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือนั้น ประกอบด้วยอาคารนิทรรศการ จัดแสดงภาพความเสียหายจากการรบ และภาพสู่การพัฒนากองทัพเรือ นอกจากนั้นภายในอุทยานยังมีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์อาวุธยุทโธปกรณ์กลางแจ้ง รวมทั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ซึ่งแสดงถึงวิวัฒนาการของกองทัพเรือในการป้องกันประเทศตลอดจนบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ซึ่งจัดแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มปืนเสือหมอบ ซึ่งเป็นปืนรุ่นแรกที่บรรจุทางท้ายกระบอก และเป็นอาวุธปืนหลุมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วง ร.ศ. 112 (พ.ศ.2436) กลุ่มปืนและอาวุธสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 กลุ่มปืนและอาวุธในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1, 2  ยุทธนาวีที่เกาะช้าง กลุ่มปืนและอาวุธที่กองทัพเรือมีใช้ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน การจัดแสดงสิ่งก่อสร้างและส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงบทบาทของกองทัพเรือในยามสงบ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติในเชิงอนุรักษ์ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมป่าชายเลนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกกระยาง นกนางนวล ปลาตีน ปูลม หรือปูก้ามดาบ

ป้อมพระจุลฯ เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันเวลา 08.00–18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้เข้าชมต้องขออนุญาตจากกองรักษาการณ์บริเวณหน้าประตูป้อมฯ และแลกบัตรประจำตัวไว้ หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการวิทยากรนำชมสถานที่ต้องทำหนังสือถึงพิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง

สอบถามรายละเอียด โทร.  0 2475 6072, 0 2475 6109, 0 2475 6357

การเดินทาง จากสามแยกพระประแดง ใช้เส้นทางถนนสุขสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 303) ตรงไปทางอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ถึงสามแยกพระสมุทรเจดีย์ให้เลี้ยวขวาไปจนสุดถนนระยะทาง 12 กิโลเมตร หรือเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศและธรรมดาสาย 20 (ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำท่าดินแดง)

ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*