จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

น้ำตกพลิ้ว ของดีจันทบุรี ไปกี่ที ก็ไม่มีเบื่อ

ทริปน้ำตกพลิ้ว ทริปนี้ เป็นผลพลอยได้จากทริปเกาะช้าง เนื่องจากในตอนเช้าวันอาทิตย์ เรารีบออกจากเกาะช้าง เพื่อหลีกหนีคนจำนวนมากที่นิยมกลับตอนสายๆ พอออกจากเกาะช้างได้เร็วก็มีเวลาแวะ ที่เที่ยวอื่นๆ ตามรายทางได้อีก

น้ำตกพลิ้ว เป็นเป้าหมายของเราครับ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด ซึ่งต้องผ่านอยู่แล้ว ปีที่แล้วแวะมาเที่ยวน้ำตกพลิ้วแล้วครั้งหนึ่งตอนนั้นโชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะฝนตก และน้ำตกมีสีแดงส้มจากน้ำป่า เลยไม่ได้เข้าไปด้านในมาก

จากถนนใหญ่เลี้ยวเข้าน้ำตกพลิ้วประมาณ กิโลกว่าๆครับ เราขับรถเข้าไปจนถึงหน้าทางเข้าอุทยานฯ น้ำตกพลิ้ว แต่ไม่เจอที่จอดรถเลยต้องยูเทรินกลับมา มีที่จอดรถแบบเสียตังค์ เลยเสียตังค์ไป 30 บาท จอดได้มากกว่า 50 คัน

นักท่องเที่ยวส่วนมากจะซื้อถั่วฝักยาว ไปให้ปลาพลวงที่น้ำตก กำละ 5-10 บาท เค้าอนุญาตให้เอาถั่วฝักยาวให้ปลากินได้อย่างเดียวนะครับ เป็นอาหารธรรมชาติ พวกซากุระ เร่งสี เร่งโต ให้ไม่ได้ครับ บางครอบครัวมากันเยอะๆ ก็หิ้ว ส้มตำไก่ย่างไปกินข้างใน เห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วมีความสุข จนลืมความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ไปเลย

วันที่เราไปมีโครงการ “60 อุทยานแห่งชาติ ใต้ร่มพระบารมี 60 ปี แห่งการบรมราชาภิเษก” เลยเข้าอุทยานฯ น้ำตกพลิ้วได้ฟรี

สำหรับคนที่จะเปลี่ยนสถานที่กินเหล้า คงต้องเสียใจด้วยครับ เพราะทางอุทยานฯ ห้ามนำเหล้า เบียร์ เข้าไปดื่ม แต่ถ้าใครซื้อไปแล้วก็ฝากพี่ๆ เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้ครับ รับรองว่าไม่หาย

ทางเดินภายในอุทยานฯ ยังร่มรื่นเหมือนเดิม ไม่แห้งแล้ง

เดินไปที่แอ่งน้ำตก แอ่งแรก เอาถั่วฝักยาวให้ปลา ปลาพลวงยังเยอะเหมือนเดิม ไม่ซิ น่าจะมากกว่าเดิม ใครที่อยากลองสปาปลา ให้ปลามาตอด ลองดูตัวอย่างจากพี่คนนี้ได้ครับ ปลามาอยู่ใกล้ตัวเยอะมาก ไม่กลัวคนเลย เผลอๆ คนนั่นแหล่ะที่ต้องกลัวปลา

วันนี้แดดดี ฝนไม่ตก ตั้งใจไว้ว่าจะไปเดินสำรวจธรรมชาติใน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติน้ำตกพลิ้ว

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีระยะทาง 1,200 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที เส้นทางเป็นตัว U คว่ำครับ คือเดินเลียบน้ำตกไปทางด้านบน แล้วก็วนกลับลงมา

แอ่งน้ำตกเล็กๆ ในหน้าฝนน้ำจะไหลแรงมากครับ

สำหรับ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ นั้น ถ้าไม่ใช่คนชอบเดินป่า ศึกษาธรรมชาติจริง คิดว่าคงไม่เหมาะครับ ทางมันค่อนข้างจะเปลี่ยว ถ้าจะไปก็ไปกันหลายๆ คนน่าจะปลอดภัยกว่า ผมเดินไป เกือบชั่วโมง เจอคนอยู่ 2 คนเอง

เราไปช่วงเดือน พ.ค. ฝนยังไม่ตกมาเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยมีอะไรให้เห็นมาก พอจะเจอเห็ดสีแปลกๆ เลยถ่ายรูปมาให้ดูกัน

ป่าในน้ำตกพลิ้ว เป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มาก

แมงมุมเจ้าถิ่น

การเดินป่าในเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้น ให้เดินในทางที่เค้าทำไว้ให้ อย่าเดินบุกเบิกทางใหม่ มีสิทธิหลงป่าได้ครับ ป่าที่นี่รกมากๆ ถ้ามาตอนเย็นๆ ไม่ควรมาเดินครับ เปลี่ยวและอันตราย

เดินมาครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงจุดที่ตัดน้ำตก เห็นคนลิบๆ อยู่ด้านล้าง

ทีมงาน เริ่มเหนื่อยและโมโหแล้วครับ เนื่องจากถูกหลอกว่าเดินเข้ามานิดเดียว “กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง” อารมณ์ประมาณนี้เลยละครับ เดินมาไกลแล้วจะย้อนกลับทางเดินก็เสียดาย

ต้องเดินข้ามขอนไม้ไปอีก ดีนะครับไม่ใช่ช่วงหน้าน้ำ ไม่งั้นมีเสียวตกน้ำอีก

ช่วงใกล้จะถึงทางออก เราก็ต้องตัดสินใจอีกครั้ง เนื่องจากมันมีทางทั้ง 3 ทางให้เดินไป ซึ่งไม่มีป้ายใดๆ บอกเลยว่าต้องไปทางไหน ข้างหน้าก็ไม่มีคน ข้างหลังก็ไม่มีคน คิดในใจ ซวยละ ไม่น่าเข้ามาเลย เลยเดาสุ่มเดินไปทางนึง ยิ่งเดิน ยิ่งรก เลยคิดว่ามันต้องไม่ใช่แน่ จากนั้นก็เลือกไปอีกทาง จนกระทั่งเจอป้ายทางออก เลยได้ถอนหายใจโล่งๆ ออกมา

ออกมาจากป่า ก็เจอกับ อลงกรณ์เจดีย์ ใครมาน้ำตกพลิ้วแล้วไม่ได้มาที่ อลงกรณ์เจดีย์ ผมว่าเหมือนยังมาไม่ถึง

อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแรง พ.ศ. 2419 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก ในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วพร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เมื่อ พ.ศ. 2419 และพระองค์ทรงโปรดปรานน้ำตกพลิ้วเป็นอย่างยิ่ง

ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะเห็นอลงกรณ์เจดีย์ เป็นสีเขียวจากมอสและพืชเล็ก ที่เกาะรอบๆ อลงกรณ์เจดีย์

ใกล้ๆ กับอลงกรณ์เจดีย์ นั้นจะเห็นรูปปั้นของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี อัครมเหสีใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปิรามิดที่เห็นนั้น เป็นอนุสรณ์สถานทรงปิรามิด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อพระชันษา 14 พรรษา ทรงโปรดความสวยงามตามธรรมชาติแห่งนี้เป็นอันมาก เคยทรงปรารภว่าใคร่ที่จะเสด็จประพาสอีก แต่บังเอิญเสด็จทิวงคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงโปรดเกล้าให้สร้างอนุสาวรีย์พระสุริรางคารของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ในปี พ.ศ. 2524

ศาลเจ้าพ่อเขาสระบาป

เราเดินชมน้ำตกพลิ้วได้ 1 รอบ ได้ให้อาหารปลาพลวง ก็อิ่มอกอิ่มใจ กับธรรมชาติ และประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ ก็นับว่าคุ้มมากๆ แล้วละครับ ลองมาเที่ยวกันดูนะครับ และแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว สวัสดีครับ :)

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*