จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

คู่มือ ดูดอกกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม

ช่วงนี้ผมรู้สึกเหนื่อยๆ เบื่อๆยังไงไม่รู้ มีเรื่องให้ต้องมาคิดมากมาย ไหนจะเรื่องงาน เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง เรื่องพวกนี้แหล่ะครับที่ทำให้เราห่อเหี่ยว จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการเติมพลังให้ชีวิต ด้วยการออกไปหาประสบการณ์ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ การท่องเที่ยวช่วยได้จริงๆครับ เวลาเบื่อๆอะไร ลองพาตัวเองออกมาจากตรงนั้น กินเที่ยวให้เต็มที่ ไอเดียดีๆ อาจจะเกิดระหว่างช่วงพักผ่อนก็ได้ ใครจะไปรู้

แล้วเราจะไปไหนละ? ผมถามตัวเองในใจ ที่เที่ยวประจำเทศกาลนี้ก็ไม่พ้นทุ่งดอกกระเจียวที่ชัยภูมินั่นเอง ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เคยดูรูปคนอื่นมาก็มาก รูปทุ่งดอกกระเจียวในหมอก ดูแล้วสวยงามชวนให้ไปเที่ยว จังหวัดทางภาคอีสานผมไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเที่ยวเท่าไหร่นัก ส่วนมากผมจะเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ ซะมากกว่า ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกครับที่ผมไปดูดอกกระเจียว แถมไปเช้า-เย็นกลับซะด้วย

ผมตื่นมาอาบน้ำตั้งแต่ตี 5 กว่าๆ ให้ตายซิ ง่วงจริงๆ ถ้าให้ตื่นมาทำงานเวลานี้ คงไม่ตื่นละมั้ง แต่เพื่อการท่องเที่ยวแล้ว เราทำได้ครับ อิอิ ใครเป็นแบบผมบ้าง 6 โมงเศษๆ ผมก็ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางคือ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ครับ ผมนั่งคิดไปต่างๆ นาๆ เราจะเจอหมอกสวยๆ เหมือนคนอื่นไหม ฝนจะตกหรือเปล่า

จากกรุงเทพฯ ผ่านสระบุรี ตรงไป อ.ชัยบาดาล ผ่าน อ.ลำสนธิ ก่อนเข้า อ.เทพสถิต เลี้ยวซ้ายเข้า อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม วันนี้แดดดีมากครับ ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้าย แต่เอาเถอะยังไงเราก็มาถึง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม แล้ว สำหรับเส้นทางก็ไปไม่ลำบาก รถเก๋งมาได้แบบสบายๆ

10 โมงพอดี นึกว่าจะไม่มีคนมาเที่ยวเท่าไหร่นัก ที่ไหนได้ เต็มไปหมดเลยแฮะ หาที่จอดรถเกือบไม่ได้ ก่อนจะเข้าอุทยานฯ ก็ต้องเสียค่าบำรุงอุทยานฯ กันซักหน่อยในราคา 2 คน 20 บาท ได้บัตรมา 1 ใบ อ่านไม่ผิดครับ 2 คนได้บัตร 1 ใบ ตกเพียงคนละ 10 บาทเท่านั้น ในอุทยานฯ ไม่ให้เอารถเข้าไปนะครับต้องจอดรถไว้ข้างนอก แล้วใช้บริการรถนำเที่ยวของอุทยานฯ ซึ่งก็ต้องซื้อตั๋วรถอีกคนละ 20 บาท

ตอนนี้เราก็มีครบแล้วทั้งบัตรเข้าชมอุทยานและตั๋วรถ ถ้างั้นก็ลุยกันเลย

ว่าแล้วก็ต่อแถวรอขึ้นรถ เราคนไทยมีวินัยเข้าคิวครับ จะบอกว่าแถวยาวมากๆ แดดก็ร้อน เจ้าหน้าที่ประกาศว่ามีรถอยู่ 10 คัน พาวิ่งชมในอุทยานฯ สำหรับใครที่พกจักยานมาจะปั่นเข้าไปเองก็สะดวกดีนะครับ หรือใครจะเดินในอุทยานฯเองไม่ใช้บริการรถนำเที่ยว เห็นทีจะเหนื่อยหน่อยเพราะอุทยานกว้างมากๆ ระหว่างรอขึ้นรถมีโปงลางมาเล่นให้ฟัง เป็นนักเรียน แต่ฝีมือดีมาก ไม่ธรรมดาเลย แหมถ้าไม่เข้าแถวอยู่ผมอาจจะไปเซิ้งอยู่หน้าเวทีก็ได้

รอรถอยู่ประมาณ 5-10 นาทีก็ขึ้นไปเบียดกันต่อในรถ ต้องขอชมว่าเจ้าหน้าที่จัดการได้ดีครับ ไม่มีการแย่งกัน สำหรับที่เที่ยวจุดแรกนั้น คือ ผาสุดแผ่นดิน เป็นหน้าผาที่เป็นจุดต่อ 3 ภาคด้วยกันได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ

จุดนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหย สูง 846 เมตร จากระดับน้ำทะเล เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง ซุกเข้าใต้แผ่นดินภาคอีสาน ทำให้เกิดขอบยกสูงขึ้น เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นได้ไกลมาก สมชื่อ สุดแผ่นดิน จริงๆ วิวด้านล่างที่เห็นเป็นพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา

ที่หน้าผาสุดแผ่นดินถ้ามาในช่วงที่มีฝนตกบ่อยก็จะได้เห็นทะเลหมอก สวยงามมากครับ

ผมมองไปรอบๆตัว ไม่มีหมอกเลยซักนิด แต่ก็ได้บรรยากาศแบบฟ้าใส แดดแรงมาแทน ได้เห็นวิวสวยๆ ลมเย็น ที่ขับรถมาเมื่อยๆ ก็หายเหนื่อยเลย หันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบกลับ ล๊อตเตอรี่ สิ่งที่อยู่คู่สังคมเรามายาวนาน ปกติในเมืองคู่ละ 100-120 บาท นี่อยู่บนหน้าผาครับ ไม่รู้จะ charge เพิ่มอีกเท่าไหร่ แต่เท่าที่ยืนดูไม่มีใครสนใจเลยแฮะ

ชมวิวหน้าผาจนเต็มที่แล้วเราก็เดินทางไปชมทุ่งดอกกระเจียวกัน ที่อุทยานฯ ป่าหินงาม การจัดการเค้าทำได้ดีครับ มีกฏเยอะแยะมากมาย เพื่อที่จะรักษาธรรมชาติไว้ ค่าปรับก็แพงเหมือนกัน

ระหว่างทางเดิน ไม่ต้องรีบครับ มีอะไรอีกมากมายให้เราชมตลอด 2 ข้างทาง ความสวยงามของธรรมชาติ

มองไปบนต้นไม้ก็เจอ เฟิร์นป่า มองทางขวาก็เจอ ปรง

เรายังคนเดินต่อไป ฝนไม่ตกนี่ค่อนข้างแห้งแล้งพอสมควร ในที่สุดเราก็มาถึงทุ่งดอกกระเจียว บางคนดีใจมากได้เจอดอกกระเจียวเป็นๆ ขอลงไปถ่ายรูปหน่อย ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เห็นก็แล้วไปครับ แต่ถ้าเห็นก็เป่านกหวีดปรี๊ดกันลั่นทุ่งเลย คนหันมามองกันเต็ม ลองคิดดูซิครับ ถ้าลงไปย่ำกันคนละที 2 ทีจะเป็นยังไง ต้นไม้ตายหมดครับ แล้วจะเหลืออะไรไว้ให้ดู

ตอนสายๆ นักเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ เท่าที่ฟังสำเนียงเค้าคุยกัน เป็นพี่น้องชาวอีสานซะส่วนมากที่มาเที่ยวกัน

ลักษณะของป่าที่นี่จะเป็น ป่าเต็งรัง ลักษณะเป็นป่าโปร่งโดยมียางเหียนเป็นพันธุ์ไม้เด่น พันธุ์ไม้อื่นๆ ได้แก่ พลวง ป่าประเภทนี้จะเกิดไฟป่าทุกปี ในช่วงฤดูหนาวป่าเต็งรังจะสวยที่สุด เป็นช่วงที่ใบไม่เปลี่ยนสีก่อนปลดใบทิ้ง

เรือนยอดของไม้ในป่าเต็งรัง อยู่ห่างกันจึงมีช่องว่างให้แสงส่องไปยังพันธุ์ไม้ด้านล่าง ทำให้พันธุ์ไม้ด้านล่างเจริญเติบโตได้ดี สังเกตุได้จากทุ่งกระเจียวด้านล่างครับ เขียวอุดมสมบูรณ์

ทุ่งหญ้าและไม้ไผ่ขนาดเล็กเป็นพันธุ์ไม้พื้นล่างของสังคมป่าเต็งรังสืบพันธุ์ด้วยการแตกหน่อทางราก เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพที่มีไฟไหม้ป่า

ต้นไม้ในป่าเต็งรังจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นเพราะลักษณะดินเป็นดินกรวดลูกรัง มีแร่ธาตุอาหารน้อย ทำให้ต้นไม้มีขนาดแคระแกร็น

การมาชมดอกกระเจียวที่ ทุ่งกระเจียว 1 เดินได้เฉพาะบนสะพานเท่านั้นครับ แนะนำว่าให้พกร่ม พกหมวกมาด้วย ไม่ว่าฝนจะตก หมอกจะลงหนา แดดออกจ้า ช่วยได้หมดครับ

และแล้วผมก็มีดอกกระเจียวมาฝากท่านผู้ชม เป็นดอกกระเจียวสีชมพูครับ โคนด้านลางเริ่มดำบ้างแล้ว คิดว่าเดือนหน้าคงจะโรยราไปตามธรรมชาติ

จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ถึงกับบานสะพรั่งทั้งทุ่ง บางช่วงก็มีอยู่ไม่เยอะ

ที่อุทยานฯ ป่าหินงามนี้ หินเยอะจริงๆครับ ยังกับใครยกมาประดับไว้ วางได้อย่างสวยงาม เดินชมทุ่งดอกกระเจียวประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ไปโผล่อีกฝั่งหนึ่ง เราจะรอขึ้นรถตรงนี้กันครับ คนอาจจะดูเยอะ แต่รอรถไม่นานครับ

สถานที่ต่อไปคือ ป่าหินงาม ท่านจะได้พบกับหินรูปร่างแปลกๆ หลายชนิด ตอนนี้แดดร้อนมากครับ ทุกคนเหงื่อแตกไปตามๆ กัน รถนำเที่ยวมาจอดส่งเราที่หน้า อาคารนิทรรศการป่าหินงาม

ไม่รอช้าเข้าไปดูข้างในกันครับภาคในจะมีนิทรรศการเกี่ยวกับหิน

ซากปลากลายเป็นหิน

เมื่อชมนิทรรศการกันพอได้ความรู้หอมปากหอมคอกันแล้วต่อไปก็ไปดูของจริงกันบ้างครับ ก่อนจะเข้าชมลานหินงาม ขวดน้ำ กล่องนม พลาสติก อาหาร ต้องฝากไว้ที่ด้านหน้าครับ ผมว่าอุทยานแห่งชาติอื่นๆ น่าจะทำแบบนี้บ้างเหมือนกันไม่งั้น ที่สวยๆ ธรรมชาติ จะเต็มไปด้วยขยะ เก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมดหรอกครับ

ขอเอาสาระมาประกอบซักเล็กน้อยนะครับ

ลานหินงาม เป็นลานหินที่มีรูปร่างแปลกตาในบริเวณกว่า 1,000 ไร่ เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำต่อหินทราย ในส่วนที่จับตัวกันอย่างเบาบางก็จะหลุดออกไป เป็นเวลานานนับล้านปี จึงเกิดเป็นโขดหินที่มีรูปร่างสวยงามน่าอัศจรรย์ บริเวณพื้นล่างมีพุ่มไม้เตี้ยๆ สวยงามและพืชหายาก เช่น มอส ไลเคนส์ ข้าวตอกฤาษี และเฟิร์นหลายชนิด ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีต้นกระเจียวขึ้นกระจายอยู่ตามลานป่าหินงาม

สำหรับหินชุดแรกนั้นเป็น หินรูปถ้วยฟุตบอลโลก หรือ หินรูปตะปู ก็แล้วแต่จะจินตนาการกัน

ถ้าไม่มีป้ายบอกผมคงจินตนาการไม่ออกว่าเป็นหินรูปปราสาท เห็นหลายคนมานั่งหลบแดดในนี้กันครับ

หินที่นี่ถึงจะเป็นก้อนใหญ่ แต่มีที่ให้ปืนป่ายขึ้นไปบนหินได้หมด

หินก้อนนี้ผมจะบรรยายดีไหมเนี่ยว่าชื่ออะไร หินก้อนนี้มีชื่อว่าหินปู่ ทำนองเดียวกันกับหินตา หินยายที่เกาะสมุยแหล่ะครับ มีอีกชื่อว่าหินองคชาติ บรรลือโลก ให้นามโดย พระธีระเวทย์ ปุณฺณมโน วัดแหลมทอง แหลมฉบัง ชลบุรี

เมื่อปืนขึ้นไปบนหินจะเห็นวิวสุดลูกหูลูกตากันเลยครับ มองเห็นคนด้านล่างที่กำลังปืนหินกันอยู่เล็กนิดเดียวเอง

สำหรับคนที่ชอบถ่ายวิวไม่ควรพลาด ขึ้นมาถ่ายวิวได้บนก้อนหินครับ

เราเดินดูหินกันประมาณ 30 นาทีก็รอขึ้นรถกลับไปยังด้านหน้าอุทยานครับ อากาศร้อนมาก เมื่อมาถึงด้านหน้าอุทยานฯ มีที่กางเต๊นท์อยู่ เลยถ่ายรูปมาฝากครับ ถ้าจะมานอนซักคืนแล้วตื่นตอนเช้ามาดูดอกกระเจียว น่าจะได้บรรยากาศดีครับ ไม่ต้องแหกตาตื่นแต่เช้าแบบผม กว่าจะมาถึงก็สายแล้ว รู้สึกว่าคนที่ค้างคืนสามารถนำรถเข้ามาข้างในได้ด้วย

ออกไปตรงที่ซื้อตั๋วเข้าชมอุทยานฯ มีดอกกระเจียวสีชมพูและดอกกระเจียวขาว เลยถ่ายรูปมาซักหน่อย

จากอากาศร้อน เล่นเอาเหนื่อยเลยครับ ไปเที่ยวต่อไม่ไหว ผมออกจากที่นี่ตอนเที่ยง ขับเรื่อยๆที่ความเร็ว 100 นิดๆ บ่าย 4 โมงก็ถึงกรุงเทพฯ แล้ว ใครที่จะไปเที่ยวดูดอกกระเจียวที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ก็รีบหน่อยนะครับ เพราะมีเวลาถึงเดือนสิงหาคมเท่านั้น ถ้าพลาดปีนี้ก็ต้องรอกันอีกทีปีหน้า หรือใครไปดูดอกกระเจียวที่อุทยานแห่งชาติไทรทองก็ได้ ทราบมาว่าสวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว สำหรับทริปนี้ผมต้องขอตัวไปนอนก่อน ขับรถมาทั้งวัน บ๊าย บาย ทริปหน้าเจอกันใหม่ครับ

การเดินทาง (ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)

  • โดยรถยนต์ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 270 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีไปสามแยกพุแค เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 205 เจากบ้านลำนารายณ์ไปประมาณ 48 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2354 (ทางไปอำเภอหนองบัวระเหว) ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านไร่ประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ
  • โดยรถโดยประจำทาง สามารถเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-เทพสถิต-ชัยภูมิ ลงที่แยกบ้านไร่ แล้วเหมาจักรยานยนต์รับจ้างไปยังที่ทำการอุทยานฯ หรือเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-ชัยภูมิ และใช้บริการรถสองแถวซึ่งจอดรับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปากทางบริเวณบ้านวะตะแบกเข้าไปยังตลาดใกล้ ที่ทำการอุทยานฯ ในช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบาน มีบริการรถสองแถววิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในบริเวณอุทยานฯ ด้วย

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

2 comments to คู่มือ ดูดอกกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม

  • โอ

    ไปเช้า-เย็นกลับ?

    เหนื่อยมั้ย?

  • kung

    ว่าจะไปเที่ยวเหมือนกันทุ่งดอกกระเจียวบาน เห็นรูปแล้วก็สวยดีน่าจะร้อนน่าดู แต่เปลี่ยนใจแล้วไปเสม็ดดีกว่า

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*