จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

ทริปวันเดียว เที่ยวสวนนงนุช ชลบุรี สวรรค์ของคนรักต้นไม้ ตอนที่2

ข้อมูลท่องเที่ยว แผนที่ ชลบุรี ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ชลบุรี
ผู้สนับสนุน

<<– ทริปวันเดียว เที่ยวสวนนงนุช ชลบุรี สวรรค์ของคนรักต้นไม้ ตอนที่ 1

เราเดินกันมาตามทางเดินลอยฟ้า โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปตรงไหนต่อ อยู่ๆก็มาเจออาคารจอดรถ Supercar และ classic car นับหลายสิบคัน ผมเองก็ไม่ใช่นักเลงรถ แต่พอจะดูออกว่าแต่ละคันไม่ธรรมดา คันแรกที่เจอเป็นรถเก่าลาย Louis vuitton ทั้งคัน ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

รูป. Super car จากค่าย Lotus

ถัดมาก็เป็นรถสปอร์ต น่าจะหนักไปทางค่าย Lotus รถแข่ง Rally แบบโหดๆก็มีเหมือนกัน ด้านล่างเป็น classic car เบนซ์ปีอะไรไม่รู้แต่สภาพดูดีมาก แล้วก็มินิ คูเปอร์

ลานจอดรถนี้มีให้ชมกัน 2 ชั้นด้วยกันครับ ชั้นบนจะเป็น Super car กับ Classic car ชั้นล่างจะเป็นพวกรถลุย รถทหาร Off road, เรือและเจ็ทสกี

ออกจากอาคารโชว์รถ ก็แวะมาถ่ายรูปกำแพงต้นไม้นี้หน่อย ไอเดียเก๋มาก เอาต้นไม้มาปลูกที่กำแพง ดูแล้วน่าจะรดน้ำใส่ปุ๋ยยากหน่อย

หลังจากนั้นก็ขึ้นทางเดินลอยฟ้าต่อไปโผล่เอาที่สวนฝรั่งเศส (French Garden)

จากข้อมูลของสวนนงนุชบอกว่า “เป็นการจัดสวนแบบฝรั่งเศสจำลองแบบมาจากพระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส ในพื้นที่เกือบ 10 ไร่ จัดเรียงหินไว้นับหมื่นก้อนรายล้อมสวนรูปทรงเรขาคณิต ใช้เข็มญี่ปุ่นเป็นลายเส้นหลัก  ผักเป็ดแดงขน เป็นสีตัดลาย ต้นข่อย ไทร นีออน และชาฮกเกี้ยน เป็นองค์ประกอบ ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว จรดเนินหินที่สร้างศาลาไทยไว้สำหรับพักผ่อนและเป็นจุดชมวิวจากด้านบนของสวน เน้นความพิถีพิถันในการตัดแต่งเป็นพิเศษ เพื่อให้คงความสวยงามอยู่เสมอ พร้อมทั้งจัดวางรูปปั้นจากเรื่องราวในวรรณคดีไทย จำนวน 11 เรื่องไว้อย่างกลมกลืน สร้างขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998)”

อยู่ติดๆกับสวนฝรั่งเศสเป็นสวน สโตนเฮนจ์ (Stoneheng) จำลองมาจากของจริงที่ประเทศอังกฤษเช่นกัน แต่ของจริงที่ประเทศอังกฤษนั้นเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่ออกแนวลึกลับหน่อย ว่าก้อนหินขนาดใหญ่นั้น ไปตั้งซ้อนกันได้อย่างไร ทั้งๆที่สมัยก่อนไม่มีเครื่องทุ่นแรงที่สามารถยกหินก้อนมหึมาขึ้นมาได้ หินที่นำมาวางที่สวนนงนุชนี้เป็นหินจากปราจีนบุรีครับ แล้วปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มเข้าไปให้มีสีสันสวยงาม สวนนี้สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2543

ผมกางแผนที่ดูอีกครังว่าจะไปไหนอีกดี ถ้าเดินไปทางทิศใต้ผ่านสะพานเชือก ก็จะเจอกับ สวนตะบองเพชร และไม้ใบอวบ (Cactus and Succulent Garden) อันที่จริงแล้วจะเรียก”กระบองเพชร” หรือ “ตะบองเพชร” ก็ได้ทั้งสองอย่างครับ

สวนตะบองเพชรที่นี่ต้นค่อนข้างใหญ่ครับ หลากหลายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก บางต้นมีอายุมากกว่า 20 ปี

ที่เห็นสีแดงๆนั้นไม่ใช่ดอกนะครับ เป็นการตัดต่อต้นกระบองเพชร คล้ายๆกับการทาบกิ่งแหล่ะ ต้นด้านล่างจะเป็นโบตั๋นสามเหลี่ยม แล้วเอาหัวสีแดงมาต่อ แล้วก็รอให้ติดกันสนิท

ถังเงิน ถังทอง จากการคาดเดาต้นใหญ่ๆคงมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี ผมเคยเลี้ยงเหมือนกันพันธุ์นี้ โตช้ามาก

มาดูดอกกระบองเพชรกันบ้างครับ โดยปกติแล้วดอกกระบองเพชรจะมีสีเหลือง, ชมพู, ขาว ดอกของมันสวยงามมากครับ ดูอ่อนหวาน ผิดกับลำต้นที่ดูกร้าน

ผมถ่ายรูปเพลินเลย โดยส่วนตัวแล้วชอบกระบองเพชรด้วย รูปด้านล่างซ้าย เค้าเอาสีมาทาที่หนามของกระบองเพชรเลยดูแปลกๆไป แต่ผมว่าสีตามธรรมชาติดูสวยงามกว่า

สำหรับใครที่มากับรถนำเที่ยวเค้าก็พามาชมกระบองเพชรด้วย จะมีระยะเวลาให้ชมจำกัด จากนั้นก็ต้องขึ้นรถไปจุดอื่นต่อ

จากที่เดินชมในสวนนงนุชหลายๆจุด จะมีมดตัวใหญ่เป็นของตกแต่งของที่นี่ ใครรู้บ้างครับสวนนงนุชกับมด เกี่ยวข้องกันยังไง เดินมาเรื่อยๆ ผ่านมาถึง สวนบอนไซ ส่วนมากเป็นบอนไซขนาดใหญ่ โซนนี้เปิดโล่งรับแสงอาทิตย์ ค่อนข้างร้อนเลยเดินไปยัง สวนตุ๊กตากระถาง (Pottery Garden) ต่อ

สวนนี้นำกระถางหลายๆแบบ มาเรียงเป็นวงโค้ง และรูปร่างต่างๆ กระถางทั้งหมดก็ประมาณ 5 หมื่นใบครับ เป็นกระถางที่สวนนงนุช ผลิตขึ้นมาเองด้วยภูมิปัญญาของคนไทย สวนนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 หลายปีมาแล้วเหมือนกัน

เดินเข้าไปชมด้านในเจอกับเสือดาว และเสือโคร่งกำลังนอนอยู่ อยู่กันอย่างใกล้ชิดกับคนมาก ไม่มีอะไรกั้น แต่ปลอดภัยครับมีโซ่ล่ามที่คอเสือไว้ ไปไหนไม่ได้

นกแก้วมาคอว์ เจอกันอีกแล้ว ผมพยามยามหามุมที่ถ่ายได้เต็มๆตัว แต่นกไม่อยู่นิ่งเลย เลยได้ภาพอย่างที่เห็น

สวนกล้วยไม้ (Orchid Garden) ที่นี่ใหญ่พอสมควรเลย ออกดอกเยอะมาก หลากหลายสายพันธุ์ เช่นแคทลียา แวนด้า หวาย กล้วยไม้ตระกูลช้าง และที่พิเศษคือพันธุ์แคทลียา เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่สวนนงนุช ผสมพันธุ์ขึ้นเอง มีดอกใหญ่และมีกลิ่นหอม

สวนสับปะรดสี (Bromeliad House) มีสับปะรดสีมากมายกว่า 300 ชนิด ทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์จากต่างประเทศ

รูปปั้นหมีแพนด้าในท่าทางต่างๆ อันนี้ไม่แน่ใจว่าสร้างขึ้นในช่วง Panda fever หรือเปล่า แต่ทำได้น่ารักดีครับ เป็นอีกมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกัน

ระหว่างชมสวนมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคล้ายๆคนมาเลเซีย มาขอให้ถ่ายรูปให้ครอบครัวเค้าหน่อย เป็นกล้องโซนี่ตัวเล็กๆ บางๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยคุ้นมือเท่าไหร่เกือบพลาดทำร่วง โชคดีที่พลิกมือคว้าไว้ทัน ถ้าถ่ายรูปด้วยกล้องตัวเล็กก็คล้องสายไว้ในมือกันหลุดมือไว้ก็ดีครับ

ช่วงบ่ายเดินไปเดินมาชักคอแห้งเหมือนกันเดินไปร้านขายของ ได้แป๊ปซี่มากระป๋องหนึ่ง 25 บาท จากราคาปกติ 14 บาท ก็เข้าใจว่าค่าเข้า 100 บาท เป็นราคาที่ไม่แพง คงจะชาร์จเอากับสินค้าและบริการที่อยู่ข้างใน ก็สมเหตุสมผลดีครับ ใครหิวน้ำบ่อยก็พกติดตัวจากรถไว้เลยก็ได้ครับ

รูปด้านบน-ล่าง เป็นบ่อปลาช่อนยักษ์ มีทั้งทางเดินลอยฟ้า และทางเดินปกติ ซ้อนกัน 2 ชั้น แอบแปลกใจว่าทำไมต้องทำซ้อนกัน

สำหรับคนที่ต้องการชมวิวจากที่สูงก็มีหอคอยให้เดินขึ้นไปชมวิวกัน

ภาพด้านบน-ขวา ถ่ายจากบนหอคอยครับ มองเห็นทางเดินลอยฟ้าเป็นทางยาว ที่หอคอยนี้เป็นร้านอาหารด้วย บรรยากาศดี ลมเย็นสบาย เห็นกำลังโปรโมท สวนนงนุชซีฟู๊ด

ลงจากหอคอย หันซ้าย-หันขวา ก็เจอกับ สวนยุโรป (European garden) เน้นหนักไปทางไม้ตัดเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ทรงกรวย ทรงกลม ทรงแท่ง ทรงเหลี่ยม ผสมผสานกับรูปปั้นและน้ำพุ

สวนยุโรป (European garden)

สวนยุโรปเป็นสวนสุดท้ายที่เรามาชมกันแล้วครับ ที่จริงยังมีโซนย่อยๆ อีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้ไปชมกัน แต่ด้วยเวลาก็คงต้องไว้เพียงเท่านี้ครับ เดี๋ยวต้องไปแวะซื้อของฝากที่หนองมนซักหน่อย ระหว่างขาออกไปลานจอดรถ เจอควายเผือกเลยถ่ายรูปมาฝากอีกรูป คงเป็นโชคดีของควายตัวนี้ที่มี่สีขาวเผือก เลยได้กินดีอยู่ดี ไม่ต้องไปทำงาน ไถนา หรือเข้าโรงเชือด สำหรับทริปไปเช้า-เย็นกลับ ที่สวนนงนุช ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ บ๊าย บายครับ ทริปหน้าเจอกันใหม่ เราจะไปกันที่เชียงรายครับ

สรุป สำหรับท่านที่ชอบต้นไม้ การจัดสวน แนะนำให้มาเที่ยวที่สวนนงนุชครับ สวยงามและยิ่งใหญ่มาก หรือถ้ามีแขกมาจากต่างประเทศลองพามาเที่ยวสวนนงนุชดู นอกจากสวนแล้วที่นี่ยังมีการแสดงโชว์ศิลปะวัฒนธรรมไทย การฟ้่อนรำพื้นเมือง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว การแสดงของช้าง ที่สวนนงนุชสามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้ามาช่วงต้นหน้าหนาว อากาศจะไม่ร้อนมาก เดินชมได้อย่างสบายๆ ถ้ามากันแบบครอบครัวเด็กๆน่าจะชอบ มีสัตว์และต้นไม้ให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด หรือเป็นสถานที่ถ่ายรูป pre wedding ก็มีมุมสวยๆ มากมาย อ้อ..ที่นี่มีบ้านเรือนไทยให้พักเป็นหลัง หรือเป็นห้องก็มีนะครับ ราคาไม่แพงด้วย

สำหรับคนที่จะมาชมสวน ถ้าอยากจะชมให้ครบคงต้องมาแต่เช้าๆ อย่าลืมพกกล้องถ่ายรูปมาเก็บความประทับใจที่สวนนงนุชกลับไปด้วยนะครับ :)

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ค่าผ่านทาง 30+30 บาท หรือ บูรพาวิถีมาจนถึงพัทยา ผ่านพัทยาเหนือ-กลาง-ใต้-หาดจอมเทียน จนเจอตลาดน้ำสี่ภาคทางซ้ายมือ เลยตลาดน้ำสี่ภาคไปประมาณ 10 กิโลเมตร จะเห็นป้ายสวนนงนุชขนาดใหญ่ทางซ้ายมือ ให้ขับรถไปตามทางอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะเจอสวนนงนุช

แผนที่สวนนงนุช

แผนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ – สวนนงนุช

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

อ้างอิงจาก สวนนงนุช

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*