พาเที่ยวชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังสีหวานริมทะเล เพชรบุรี
| ผู้สนับสนุน | ||
![]() |
![]() |
![]() |
หากคุณเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวชมสถานที่สวยงามเชิงประวัติศาสตร์ วันนี้เรามีที่แนะนำครับ เป็นพระราชวังที่มีสีหวานที่สุดเลยก็ว่าได้ พระราชวังแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง คิดว่าคงร้องอ๋อกันแล้วใช่ไหมครับ ว่าที่ผมจะพาไปชมคือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

รูป : ป้ายทางเข้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันริมถนนเพชรเกษม
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในค่ายพระรามหกซึ่งอยู่ระหว่างชะอำและหัวหิน ถ้ามาจากชะอำไปตามถนนเพชรเกษม ประมาณ 9 กิโลเมตร จะเห็นค่ายพระรามหกอยู่ทางซ้ายมือ เราสามารถขับรถเข้าไปข้างในได้โดยไม่ต้องแลกบัตร แต่ชะลอรถหน่อยเมื่อผ่านป้อมตรวจรักษาความปลอดภัย เมื่อเข้ามาในค่ายพระรามหกจะเห็น อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สามารถจอดรถเข้าไปชมข้างในได้ ข้างในเป็นศูนย์ให้ความรู้เผยแพร่และฝึกอบรมระดับสากลด้านการอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เราขับรถตามทางมาเรื่อยๆจะมีที่จอดรถสำหรับผู้เข้าชมพระราชนิเวศน์ ที่นี่มีจักรยานให้เช่าขี่ชมรอบๆค่ายพระรามหกด้วย เข้ามาถึงด้านหน้าแล้วซื้อตั๋วกันก่อน
- ผู้ใหญ่ 30 บาท
- เด็ก (อายุ 10-15 ปี) 15 บาท
รายได้ร่วมทำนุบำรุงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ระหว่างทางไปพระราชนิเวศน์มีต้นไม้อยู่ 2 ข้างทางดูแล้วสดชื่นดีครับ เดินเข้ามาประมาณ 100 เมตร ก็ถึงพระราชนิเวศน์มฤคทายวันแล้ว เรือนหลังแรกจะเป็นนิทรรศการ รูปภาพเก่า ของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นภาพที่หาดูได้ยากครับ

ถัดมาก็จะเป็นลูกบิดประตู บานพับประตู ฐานหลอดไฟ ประตู หน้าต่าง ของพวกนี้เป็นเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมไปกับกาลเวลา

ออกจากห้องนี้ไปก็จะเห็นกับสนามหญ้า ต้นไม้ และพระราชนิเวศน์สีสวยสด จากภาพที่เห็นพระราชนิเวศน์มฤคทายวันดูใหม่และสมบูรณ์มากเพราะได้รับการดูแลซ่อมแซมเป็นอย่างดี และที่สำคัญพระราชนิเวศน์แห่งนี้เพิ่งจัดให้คู่สมรสผู้นำอาเซียนได้มาเยี่ยมชม เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ชาวต่างชาติมาเห็นยังชื่นชมถึงความสวยงามของพระราชนิเวศน์

เดินไปเรื่อยๆได้ยินเสียงไกด์พูดบรรยายผ่านทางโทรโข่ง “อันที่จริงแล้วพื้นดินในพระราชนิเวศน์ไม่สามารถปลูกหญ้าได้เนื่องจากเป็นทราย เลยต้องมีการถมดินให้สูงขึ้นไปแล้วใช้หญ้าแฝกกั้นดินไม่ให้ไหลทรุดตัวลงมา”

มองออกไปที่ทะเลจะเห็นศาลายื่นไปในทะเล คาดว่ามุมนี้เป็นอีกมุมนึงที่นักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพไว้

เมื่อเห็นถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมแล้ว เรามาเรียนรู้กันถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา กันซักหน่อยครับ จะได้ชมอย่างเพลิดเพลินและได้ความรู้
ชื่อและความหมาย
“มฤค” อ่านว่า มะ-รึก แปลว่า เนื้อทราย, กวาง
“มฤคทายวัน” อ่านว่า มะ-รึก-คะ-ทาย-ยะ-วัน หรือ มะ-รึก-คะ-ทา-ยะ-วัน หมายถึงป่าที่ให้อภัยแก่สัตว์ ตรงกับชื่อป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
ประวัติความเป็นมา
พระราชนิเวศน์แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ร่างแบบด้วยพระองค์เอง โดยทรงออกแบบให้เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูง ที่เสาแต่ละต้นจะหล่อน้ำไว้ที่โคนเสาเพื่อไม่ให้มดและแมลงเข้าไปกัดกินไม้ และให้เป็นเขตอภัยทาน ในแต่ละอาคารจะมีทางเดินเชื่อมถึงกันหมด และมีศาลาเดินลงไปสู่ทะเล

รูปบน แนวหญ้าแฝกกันดินทรุด หญ้าแฝก เป็นพืชที่มีระบบรากยาวหยั่งลึก สามารถแพร่กระจายในลักษณะของตาข่ายลงไปในแนวดิ่ง และรากยังแข็งแรงเหมาะในการทะลุทะลวงดิน เมื่อนำมาปลูกชิดกันจะเป็นเหมือนกำแพงธรรมชาติ ช่วยป้องกันการสูญเสียหน้าดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รูปบน ศาลาลงสู่ทะเล

มีเสากี่ต้น?

ตอนที่เราไปกัยฝนเพิ่งจะหยุดตก ท้องฟ้าเลยออกขาวๆแบบนี้ การจะขึ้นไปชมด้านบนจะต้องไปเป็นกลุ่ม ครั้งละประมาณ 20 คน เนื่องจากพระราชนิเวศน์มีอายุมากแล้ว ถ้าขึ้นไปครั้งละมากๆอาจทำให้เกิดความเสียหายได้
การแต่งการของผู้เข้าชมต้องเป็นชุดคลุมเข่า สำหรับผู้หญิงถ้าใส่กางเกงขาสั้นมาที่นี่ก็มีผ้านุ่งให่สวมทับ ร่มจะต้องฝากไว้ด้านล่าง รองเท้าจะต้องเอาใส่ในถุงผ้าที่พระราชนิเวศน์จัดเตรียมไว้ แล้วต้องถือติดตัวไว้ด้วย ทางขึ้นกับทางลงจะอยู่คนละทางกัน

เมื่อพร้อมแล้วขึ้นไปชมพระราชนิเวศน์ด้านบนกันครับ ตรงที่ผมอยู่นั้นเป็นชั้นบนของ พระที่นั่งเสวกามาตย์ หรือ ท้องพระโรง เป็นที่สำหรับเสด็จออกว่าราชการ รับพระราชอาคันตุกะ และประกอบพระราชพิธีต่างๆ


รูปบน : พระระเบียง พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระระเบียงเป็นที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับทอดพระเนตรการแสดงต่างๆ ที่เหล่าข้าราชบริพารจัดถวาย และเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี เพื่อทอดพระเนตรละครบทพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร่วมแสดง
จริงแล้วๆมีอยู่หลายห้องที่เราไม่สามารถถ่ายภาพมาได้ เนื่องจากห้ามถ่ายภาพ ถ้าได้เข้ามาชมของจริง รับรองสวยกว่าในภาพแน่นอนครับ

รูปบน : เรือนพักผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก ผู้สำเร็จราชการมหาดเล็กในสมัยพระบามสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 คือพลเอก พลเรือเอก เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ)

เรือนพักนี้ประกอบด้วย ห้องทำงาน ห้องรับแขก ห้องนอน และห้องน้ำ ในปี พ.ศ. 2468 พระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาราฆพมีเรือนพักบนพระราชฐานที่ประทับเพื่อถวายอารักขาและถวายงานรับใช้ใกล้ชิด

รูปบน : โต๊ะอาหาร คาดว่าเป็นโต๊ะที่ตกแต่งขึ้นมาใหม่

รูปบน : ในบริเวณนี้จะจัดนิทรรศการเครื่องแต่งกายในรัชสมัย นิทรรศการเครื่องแต่งการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สยามประเทศได้มีการติดต่อกับนนอารยประเทศ จึงมีผลให้่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเกิดขึ้น
เกิดค่านิยมอย่างใหม่ในการแต่งกายของสตรีตามแนวพระราชนิยมที่ทรงกล่าวไว้ว่า ผู้หญิงควรนุ่งซิ่น ฟันขาว ผมยาว ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของสตรี เปลี่ยนจากโจงกระเบน ห่มสะไบหรือสวมเสื้อประดับลูกไม้แบบต่างๆ มาเป็นการนุ่งซิ่น โดยนิยมใช้ผ้าไหมมีเชิง พร้อมกับปรับแบบเสื้อให้เหมาะสมกับผ้าซิ่น

วงดนตรีไทย พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยในการฟื้นฟูและทำนุบำรุงงานศิลปะแขนงต่างๆ โดยเฉพาะทรงให้ความสำคัญกับดนตรีเป็นอย่างมาก ดังนั้น สำนักงานพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้ดำเนินการจัดตั้งโครงการวงดนตรีไทยประจำ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เพื่อสนองพระราชปณิธานในพระองค์ ด้วยการฟื้นฟูดนตรีไทยในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
จากบทพระราชนิพนธ์ เรื่องเวนิสวาณิช ว่า
“ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดกบฏอัปลักษณ์
ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
จิตใจย่อมดำสกปรก ราวนรกเช่นกล่าวมานี่
ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ“
เราจะเห็นได้ว่าท่านทรงให้ความสำคัญกับดนตรีเป็นอย่างมาก

เดินได้เพลินๆซักครึ่งชั่วโมงก็ครบแ้ล้วละครับ ส่วนเรือนหลังเล็กที่เห็นในรูปบน จะเป็นข้าวของเครื่องใช้ในสมัยนั้น เช่นเตารีดโบราณ

ปิดท้ายด้วยน้ำพุตรงหน้าทางเข้า-ทางออกนี้ มาเที่ยวชะอำ-หัวหินคราวหน้า ก็แวะมาเที่ยมชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวันกันนะครับ ได้ทั้งความเพลิดเพลินและได้ความรู้ ทริปนี้ผมก็ขอจบเพียงเท่านี้ เดี๋ยวจะไปเล่นน้ำต่อที่ชะอำ สวัสดีครับ
การถ่ายภาพในพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ด้านบนอาคาร) สำหรับกล้องตัวใหญ่ DSLR หรือตามแต่เจ้าหน้าที่จะจัดว่าเป็นกล้องตัวใหญ่ จะต้องลงทะเบียนกล้องด้วยครับ ห้ามถ่ายในเชิงพานิชย์ ถ้าลงทะเบียนแล้วก็ถ่ายได้ในส่วนที่อนุญาตเท่านั้น
ส่วนกล้องตัวตัวเล็ก Campact ถ่ายได้ในส่วนที่อนุญาตครับ (จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกตลอด)











June 4th, 2009 at 6:22 am
พอเห็นพระราชนิเวศน์มฤคทายวันแล้ว อยากจะรบกวนทืมงานสักหน่อยได้มั้ยคะ อยากไปพระที่นั่งวิมานเมฆมากเลย แล้วก็วังสวนผักกาดด้วยคะ น่าอายมากเลยเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไม่เคยไปสักที ก็เลยอาศัย Web.ดีๆ แบบนี้พาไปเที่ยว รบกวนหน่อยนะคะ ขอบคุณคะ
November 28th, 2009 at 2:49 pm
คิดถึงครูฝึกมากมากค๊า
February 4th, 2010 at 10:11 am
มันสวยมาก เราจะได้ไปที่ยวที่นั้นแล้ว
เย้ๆๆๆๆ สภก. ม.1 SMP
February 12th, 2010 at 2:55 pm
จะพาเด็กๆๆๆๆๆนักเรียนไปซัมมเมอร์แหละที่ค่ายพระรามหก……ของเค้าดีจิงๆๆๆ….สวยๆๆๆๆๆ…………แล้วพบกันที่เพชรบุรีนะ…เด็กๆ……แล้วครูจะพาไป….
March 5th, 2010 at 4:22 pm
ข้างบนตัววังเค้าไม่ให้ถ่ายไม่ใช่เหรอครับ
March 5th, 2010 at 7:02 pm
ห้องที่เคยเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ห้ามถ่ายครับ ส่วนห้องโถง ห้องมหาดเล็ก ห้องจัดแสดง สามารถถ่ายรูปได้ครับ
April 10th, 2010 at 6:21 pm
วันที่ 25 เมษายน นี้ ครูลัคกี้ พร้อมทีมงาน ภัทร ติวเตอร์ จ.นครปฐม ก็จะพาเด็ก ๆ ไปที่นั่นค่ะ
ทราบวาสวยมาก และจะพาเด็ก ๆ แวะเล่นน้ำที่ชายหาดชะอำค่ะ
April 18th, 2010 at 12:39 am
คิดถึงครูฝึกค่ายพระราม 6 จังเลย แต่ครูที่นี่ใจร้ายจัง
May 4th, 2010 at 12:39 pm
เคยไปเที่ยวชมมาแล้ว สวยงาม จริง ๆ อยากไปอีก
July 17th, 2010 at 10:26 pm
เพิ่งไปมา ผู้ชายต้องใส่กางเกงปิดเข่า นะครับ โดนมาแล้ว เขาให้ใส่คล้ายๆโสร่งครับ ถ่ายรูปได้ ยกเว้น บางที่เค้าจะมีป้ายติดว่าห้ามถ่าย แล้ว ก็มีกฏว่าห้ามเดินเข้าไปในสนามหญ้าครับ
ค่าเข้า รู้สึกจะ 30 บาท จะมีจักรยานให้เช่า ไม่ต้องเช่านะครับ เพราะ ในวังไม่ได้ใช้ ข้างนอกก็ไม่มีอะไรให้ปั่น อย่าเผลอเช่านะครับ
July 30th, 2010 at 9:00 pm
เช่าจักรยาน สามารถปั่นไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.๖ ชมบ้านเจ้าพระยารามราฆพ ชมป่าชายเลนซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ ไปขึ้นหอชมวิวเพื่อชมบรรยากาศของป่าชายเลนและมองไปได้ไกลถึงชายทะเล ซึ่งอยู่ถัดออกไปอีก หรือสามารถปั่นไปสนามยิงปืนบีบีกันของค่ายพระรามหกได้ด้วย ค่ะ
August 13th, 2010 at 9:35 am
ไปเที่ยวมาเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาบรรยกาศรุ่มรื่นมากและสวยมากเลยคะถ้ามีโอกาสอยากจะไปเที่ยวอีกเพระตอนไปเที่ยวไม่มีโอกาสขึ้นไปบนพระราชวังเพระเวลไม่พอ
October 5th, 2010 at 3:06 pm
ไปมาแล้วค่ะสวยมักมาก โครตชอยเลยค่ะ ยังอยู่ในความทรงจำดีๆเลยนะคะ มีโอกาสจะไปใหม่ค่ะ
January 23rd, 2011 at 7:42 pm
อยากทรายว่าสถานที่ใช้ถ่ายรูปภาพแต่งงานได้หรือเปล่าค่ะ แล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเปล่า ถ้าเสียเท่าไหร่ค่ะ
February 20th, 2011 at 10:22 am
คิดได้ไงเนี่ย พระราชวังนะไม่ใช่โรงแรมที่จะมาถ่ายรูปแต่งงานขนาดบางส่วนเค้ายังไม่อนุญาตให้ถ่ายเลย อย่าคิดว่ามีเงินแล้วอยากจะได้ไปทุกสิ่งซิคุณ
February 24th, 2011 at 10:02 am
ที่นี่หรือเปล่านะ ที่สิเรียมมาจัดงานแต่งงานหนะ
เดี๋ยวอีก2-3สัปดาห์เราจะพาครอบครัวไปเที่ยวหัวหินและจะแวะชมที่นี่จ้า
March 14th, 2011 at 10:21 am
คุณครูที่โรงเรียนบ้านถลุงเหล็ก
ได้พานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่
ในวัน11นีนาคม พ.ศ2554
พวกเรานักเรียนโรงเรียนบ้านถลุงเหล็ก
ขอขอบคุณสถานที่ที่ดีที่ให้เราได้ไป
ศึกษาหาความรู้ค่ะ
พวกเราได้ความรู้มากมาย
หลายอย่างจากพี่ๆๆที่นั้น
และทำให้เราทุกคนประทับใจที่นั้นด้วย
สุดท้ายนี้หนูขอให้ทุทๆๆคนที่อยู่ชาติใด
ประเทศใดก็ตามที่ได้เข้า
ไปชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
ทุกคนจงมีแต่ความสุขนะค่ะ
สวัดดีค่ะ
December 16th, 2011 at 8:59 am
ปลายเดิอน มกราคมนี้
ทางโรงเรียนเกาะสมุย
จ.สุราษฎร์ธานี
จะพานักเรียน
ไปเยี่ยมชมพระราชวัง
ดีใจมาเลยค่ะ
December 21st, 2011 at 8:58 am
อยากรบกวนถามหน่อยนะคะว่า เปิดให้เข้าชมทุกวันหรือเปล่าค่ะ วันที่ 1 มกราคม 2555 อยากจะไปเข้าชมหน่ะคะ ไม่ทราบว่าเปิดหรือเปล่าคะ ? ขอบคุณมากๆค่ะ ^^*