จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

เที่ยวจันทบุรีหน้าฝน หาดแหลมเสด็จ เดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนคุ้งกระเบน

ข้อมูลท่องเที่ยว แผนที่ จันทบุรี ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท จันทบุรี

จังหวัดจันทบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เวลาตั้งใจไว้ว่าจะไปอยู่หลายครั้ง นัดเพื่อนไว้เรียบร้อย ก็มีเหตุให้ต้องล่มทุกที คราวนี้เลยไม่รอให้เพื่อนจัดแล้ว เลยไปเองซะเอง ทริปนี้ผมออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 7 โมงเช้า เติมน้ำมันด้วยแก๊ส โซฮอล 95 เต็มถัง กะเอาไว้ว่าไป-กลับ น้ำมันถังเดียวเอาอยู่

ถ้าไปทะเลโซนตะวันออกผมชอบออกไปทางมอเตอร์เวย์ ขับสบายครับ ถนนทำดี จ่ายค่าผ่านด่าน 30+30 แล้วออกไปทาง อ.บ้านบึง ใช้ทางหลวงหมายเลข 344 มุ่งหน้าไปทาง อ.แกลง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปเดินดูป่าชายเลนคุ้งกระเบน หาดเจ้าหลาว และน้ำตกพริ้ว

เราอ่านตามป้ายมาเรื่อยจนมาถึงหาดแหลมเสด็จ กว่าจะมาถึงก็แทบแย่ครับ ถนนก่อนที่จะเข้าคุ้งกระเบนกำลังทำอยู่ หลุมเยอะมาก บางช่วงก็เป็นทางลูกรัง ได้มาเห็นทะเลแล้วก็ชื่นใจ ลมพัดเย็นสบายดีครับ หาดแหลมเสด็จเป็นหาดที่สะอาด แต่ทรายที่นี่ไม่ขาวเหมือนกับระยอง ดูจากระดับน้ำแล้ว คงไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ ตรงแหลมเสด็จนี้ทางซ้ายของถนนเป็นหาดแหลมเสด็จทางขวาของถนนเป็นอ่าวคุ้งกระเบน มีลักษณะเป็นป่าชายเลน เรียกได้ว่าซ้ายก็ทะเล ขวาก็ทะเล

ฝั่งตรงข้ามของชายหาดจะมี สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียติ 6 รอบ พระชนมพรรษาอยู่ เราจะเข้าไปชมข้างในกันครับ ข้างในจะเป็นตู้ปลา คล้ายๆกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ แต่มีปลาไม่เยอะเท่าไหร่ ที่นี่ไม่เสียค่าเข้าชมครับ แต่จะมีตู้รับบริจาคอยู่ตรงทางออก ก็ตามแต่ทุนทรัพย์ครับ

ที่น่าสนใจของที่นี่ก็จะเป็นอุโมงค์ปลา เด็กชอบดูปลา ที่ว่ายอยู่บนอุโมงค์ ถึงจะเป็นอุโมงค์สั้นๆ แต่ก็ทำได้น่าสนใจดี ใช้เวลาดูปลาที่นี่ประมาณ 30 นาทีก็ดูครบหมดแล้ว ต่อไปเราจะไปเดินดูป่าชายเลนที่คุ้งกระเบนกัน ขับรถออกไปประมาณ 5 นาทีก็จะเห็นทางเข้า สำหรับรถเก๋งเอารถเข้าไปจอดข้างในได้เลย มีที่จอดให้พอสมควร ป่าชายเลนคุ้งกระเบนนั้นเข้าชมได้ฟรีเช่นกันครับ

เมื่อเข้าไปด้านในจะเป็นสะพานไม้พร้อมป้ายบอกให้ความรู้อยู่ตามจุดต่างๆ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีครับ วันนี้มีเด็กนักเรียนมาทัศนะศึกษาที่นี่ด้วยครับ การเรียนรู้สมัยใหม่ไม่ได้อยู่แต่ในห้องเรียนแล้ว ต้องออกมาดูของจริง น่าดีใจที่เห็นเด็กหลายคนกำลังจดเนื้อหาลงสมุดบันทึก หน้าขบวนนักเรียนได้ยินเสียงแว่วๆ ของผู้บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับป่าชายเลน คุ้งกระเบน

ที่เห็นในรูปด้านบนเป็นตอแสม (Avicennia marina) ที่ถูกไฟเผาทำลาย การทำลายต้นแสมขนาดใหญ่ต้นหนึ่งเท่ากับว่าเป็นการชะลอความเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ให้นานออกไป เนื่องจากแสมทะเลเป็นตัวการสะสมดินเลนทะเลให้มีมากขึ้นบนพื้นทราย ถึงแม้ต้นแสมจะตายไปแล้วแต่รากของแสมทะเลยังเป็นที่หลบภัยของปูก้ามดาบ และสัตว์น้ำอื่นๆ

ระหว่างเดินก็เจอป้ายความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน ผมก็ขอทำหน้าที่บรรยายความรู้ในป่าชายเลนคุ้งกระเบน แห่งนี้นะครับ

เคยสงสัยไหมครับว่า ต้นไม้อยู่ในป่าชายเลนได้อย่างไร? วันนี้ลองกลับไปบ้านเอานำเค็มไปรดต้นไม้กระถางที่บ้านดู คิดว่ามันมันจะตายไหมครับ ผมตอบให้ก็ได้ว่าไม่กี่วันมันก็จะตาย แต่ที่ต้นไม้ในป่าชายเลนที่มีน้ำท่วมขังตลอดไม่ตาย เพราะว่าใบของต้นไม้ในป่าชายเลนมีต่อมขับเกลือที่ท้องใบด้านล่าง เกลือที่รากดูดซับก็จะถูกขับออกไปเหลือแต่น้ำจืด สังเกตุได้ว่าใบไม้ของต้นไม้ในป่าชายเลน จะหนากว่าใบไม้ปกติ นอกจากนั้นใบยังเป็นที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ปรุงอาหารด้วย

ส่วนรากจะมีรากค้ำยันคอยพยุงต้นให้ตั้งได้ในดินหลวมๆ และคอยต้านแรงลม และคลื่นทะเลที่รุนแรง รากหายใจ จะโผล่พ้นผิวน้ำเมื่อถึงเวลาน้ำท่วมเรือนรากก็ยังถ่ายเทอากาศอยู่ได้เรื่อย

รูป. รากต้นไม้ในป่าชายเลน

วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสและแดดแรงมากเลย ใครจะมาเที่ยวที่นี่เอาหมวก เอาร่มมาด้วยนะครับ โดนแดดมากๆเดี๋ยวจะไม่สบายเอา

ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้คาดว่าคงมีอายุหลายปี อยู่ตรงการมีสะพานล้อมรอบ เดินไปอีกนิดก็จะเจอสะพานแขวน สะพานแขวนเป็นอะไรที่เด็กชอบมาก เดินไปขย่มไปครับ ผมเดินอยู่กลางบนสะพานมีเด็กขย่มด้านหน้า และด้านหลัง ทำเอาเซเหมือนกันครับ พอมีหนึ่งคนโดด อีกคนก็จะตะโกนด่า ใครโดด(ว่ะ)

ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าไปในส่วนที่เป็นอ่าวมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับสังเกตุจากระดับน้ำที่มีมากขึ้น  รูปด้านล่างจะเป็นศาลาชมวิว มองเห็นวิวทะเล ภูเขาได้ไกล

สำหรับภาพที่เห็นด้านล่างเป็น อนุสรณ์ หมูดุดจ้าวแห่งคุ้งกระเบน เมื่อก่อนนี้ที่อ่าวคุ้งกระเบนเคยมีพะยูน (Dugong dudon) อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก (ภาษาพื้นบ้านเรียกพะยูนว่า “หมูดุด” เพราะกินอาหารคล้ายวัวเล็มหญ้า หรือ “ดุด” บางคนเรียกว่า “วัวทะเล”) อาหารหลักของพะยูนคือ หญ้าทะเล หญ้าที่พะยูนกินเป็นอาหารหลักได้แก่ หญ้าผมนาง (Halodule pinifolia) และหญ้าชะเงาใบยาว หรือว่านน้ำ ซึ่งมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในอ่าวคุ้งกระเบน

ปัจจุบันอ่าวคุ้งกระเบนไม่มีหมูดุดอาศัยอยู่เลย มีการพบเจอหมูดุดครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2533 ก่อนหน้านั้น ป่าชายเลนและหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของหมูดุดก็เสื่อมโทรมลงไปมาก หมูดุดก็ไม่มีอาหาร แหล่งอาศัย หลบภัย วางไข่ ตลอดจนที่อนุบาลลูกอ่อนตามธรรมชาติของสัตว์น้ำก็ลดลงไปมาก คนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีลงมา แม้จะเกิดในจังหวัดจันทบุรีก็ยังไม่รู้จัก “หมูดุด” ต่อไป

ถัดจากศาลานี้ไปจะเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งและบ่อบำบัดน้ำ ที่เห็นเป็นตะแกรงไม้ไผ่อยู่ด้านล่างเป็นที่เลี้ยงหอยนางรมครับ หอยนางรมมีส่วนช่วยในการบำบัดน้ำทิ้งจากนากุ้ง เชื่อไหมครับ?

การนำหอยนางรมมาเลี้ยงตามคลองน้ำทิ้ง เป็นการช่วยบำบัดน้ำทิ้งจากนากุ้งได้อีกทาง โดยธรรมชาติของหอยนางรมจะอยู่กับที่และคอยใช้เหงือกดักกรองกินอาหารจากแหล่งน้ำที่อยู่อาศัย เมื่อน้ำทิ้งจากนากุ้งไหลผ่าน หอยนางรมจะกรองกินแพลงก์ตอนจากน้ำทิ้งเป็นอาการ ซึ่งเป็นการลดปริมาณแพลงก์ตอนก่อนที่ไหลผ่านป่าชายเลนออกสู่ทะเล ทำให้ปริมาณแพลงก์ตอนในน้ำทะเลมีไม่มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำได้

สรุป สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน เหมาะที่จะพาเด็ก มาเดินดูศึกษาธรรมชาติ หรือจะมาเป็นครอบครัวก็เดินดูได้เพลินๆ ได้ความรู้กลับไปมาก ได้รู้ถึงความสำคัญของป่าชายเลน ระบบนิเวศน์ชายฝั่ง จากที่ผมเคยดูในเวบอื่นมา เห็นมีปูเสฉวน ปูหลายชนิด แต่มาจริงไม่ค่อยเห็นอะไรมาก คิดเอาเองว่าวันๆนึงคนคงมาชมค่อนข้างเยอะ อาจไปรบกวนธรรมชาติของสัตว์ ถ้ามาที่นี่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งครับว่ามีเด็กมาทัศนศึกษาค่อนข้างมาก อาจจะเบียดเสียดหรือเสียงดังบ้างเป็นธรรมดา มาเที่ยวกันแล้วก็ช่วยกันดูแลสถานที่ด้วยนะครับ ไม่ไปรบกวนธรรมชาติ ไม่ไปรบกวนสัตว์

ข้อมูล สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน เพิ่มเติม

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.30-18.00 น. การเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนี้ทางศูนย์ยังมีบริการบ้านพักสำหรับบริการหน่วยงานรัฐที่ไปจัดอบรมสัมมนาด้วยโดยต้องติดต่อล่วงหน้า โทร. 0 3936 9216-8 โทรสาร 0 3936 9219

การเดินทาง ไปยังหาดคุ้งวิมาน หาดคุ้งกระเบน หาดแหลมเสด็จ และหาดเจ้าหลาว สามารถเข้าถึงได้สองเส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทก่อนถึงตัวเมืองจันท์ราว 30 กิโลเมตร ถึงกิโลเมตรที่ 301 มีทางแยกขวาไปตามทางหลวง 3399 และจะพบป้ายทางแยกไปหาดต่าง ๆ เป็นระยะ และอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากตัวเมืองเดินทางไปอำเภอท่าใหม่ระยะทาง 17 กิโลเมตร ต่อด้วยเส้นทางที่ไปเขื่อนวังโตนดและเลยไปจนถึงชายทะเลได้เช่นกัน

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*