จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

นั่งรถแดง เที่ยวดอยสุเทพ ดอยปุย พระตำหนักภูพิงค์

ผู้สนับสนุน

ปีนี้ฤดูฝนหมดไวมาก ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ช่วงนี้เหมาะกับการเที่ยวภาคเหนือมากครับ ต้นไม้ก็ยังเขียวสดชื่น อากาศก็กำลังดี คิดได้อย่างนี้่แล้ว เราเลยคิดว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เนื่องจากมีเวลาไม่มาก ค้างได้แค่ 1 คืนครับ ก็เลยสรุปว่าจะนั่งรถทัวร์ไป นอนไปแล้วก็นอนกลับ

เลือกไปช่วง เสาร์-อาทิตย์ 20-21 พ.ย. พอดูปฎิทิน โชคดีจริงๆ ตรงกับเทศกาลลอยกระทงพอดี จากนั้นรีบจองรถทัวร์ และโรงแรมทันที เราเดินทางไปกับนครชัยแอร์ ชั้น Gold class

รถออกจากกรุงเทพฯ 21.30 น ถึงเชียงใหม่ประมาณ 7 โมง รถทัวร์นครชัยแอร์ขับดีครับ ไปเรื่อยๆ ไม่เร็ว แต่ผมไม่ชอบเบาะเค้าเลย พอปรับเอนนอนแล้วตัวมันจะชอบไหลลงมาเรื่อยๆ แล้วก็เมื่อยก้นมาก เคยนั่งของสมบัติทัวร์แล้วรู้สึกว่าเบาะของสมบัติทัวร์ดีกว่า ชอบตรงที่มีที่วางเท้า

ส่วนการบริการของนครชัยแอร์ถือว่าดีครับ มีอาหาร+ขนมแจกบนรถ ไม่ต้องตื่นมากินข้าวต้มตอนตี 2 รถขับยาวๆ ถึงเชียงใหม่เลย ใครหลับง่ายก็หลับยาวๆ ไป ตื่นมาก็ถึงพอดี

สำหรับที่พักในทริปนี้เราพักที่ โรงแรมอิมม์ ท่าแพ เชียงใหม่ ถ้าใครสนใจพักที่โรงแรมนี้ อ่าน… รีวิวอิมม์ ท่าแพ ได้ครับ

เราวางแผนการเดินทางไว้ว่าเมื่อถึงเชียงใหม่จะเที่ยวดอยสุเทพ ดอยปุย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ในช่วงเช้าก่อน โดยแบกกระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้าไปด้วย จากขนส่ง (อาเขต) เราเรียกรถแดงไปที่ตีนดอยสุเทพ หรือหน้ามอชอ ไปกัน 2 คน พี่รถแดงเรียกไปที่ 140 บาท จริงๆแล้วราคานี้ถือว่าแพงไปหน่อย แต่ว่าเราขี้เกียจไปถามราคาคันอื่นต่อ ก็เลยไป

ที่ตีนดอยสุเทพจะมีวินรถแดงขึ้นดอยสุเทพ ดอยปุย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โดยคิดราคาดังนี้ครับ

- ดอยสุเทพเที่ยวละ 40 บาท/คน, ไป + กลับ = 80 บาท

- ดอยสุเทพ + พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์เที่ยวละ 70 บาท/คน, ไป + กลับ = 140 บาท

- ดอยสุเทพ + พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ + ดอยปุยเที่ยวละ 90 บาท/คน, ไป + กลับ = 180 บาท

รถจะออกเมื่อมีผู้โดยสาร 10 คน ผมเลือกไปทั้ง 3 ที่เลย คนละ 180 บาทเท่านั้น รอคนครบประมาณ 15 นาทีได้ แต่ถ้าเป็นช่วง Low season จะรอนานกว่านี้ครับ บางทีเค้าจะให้เราเหมาไปเลยก็มี

ใครที่เมารถง่ายแนะนำว่าอย่านั่งท้ายรถนะครับ เพราะจะมึนกับควันท่อไอเสียที่รถปล่อยออกมา รถแดงพาเราไปที่ดอยปุยก่อน แล้วลงมาที่พระตำหนัก แล้วจบด้วยพระธาตุดอยสุเทพ

รถวิ่งประมาณ 40-50 นาทีก็มาถึงดอยปุย เส้นทางเข้าดอยปุยเป็นถนนราดยางดีครับ ขับรถเข้าไปได้ไม่อันตราย แต่จะมีบางช่วงที่ถนนแคบ บนดอยปุยก็จะมีสินค้าชาวเขา เสื้อผ้า เครื่องประดับ ดูความป็นอยู่ของชาวเขา แล้วชมสวนดอกไม้ดอยปุย

พอลงจากรถเรานัดกับคนอื่นที่โดยสารรถแดงมาด้วยกันว่าอีก 1 ชั่วโมงเจอกัน แล้วก็แยกย้ายกันเดิน

ดอยปุย

ร้านขายของบนดอยปุย

สวนดอกไม้จะต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ 10 บาทครับ เป็นสวนดอกไม้ที่ออกแนวธรรมชาติ ต้นไม้ไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ ตรงทางเข้าสวนดอกไม้จะมีชุดชาวเขาให้เช่าชุดละประมาณ 40 บาท ถ้าเห็นคนใส่ชุดชาวเขาแต่หน้าตาดูขัดๆ คนนั้นเป็นชาวเขาเทียมครับ

ดอกบัวตองก็มีครับ

ที่เห็นเหลืองๆ นั่งคือดอกบัวตอง

สวนน้ำตกดอยปุย เป็นน้ำตกเล็กๆ

ต้นคริสมาส ดอยปุย

เดินได้แปปเดียวก็ชมหมดแล้วครับ ก็เดินเล่นต่อในหมู่บ้านชาวเขาดอยปุย สินค้าพื้นเมือง Hand made ราคาไม่แพงครับ

เดินไปเดินมามาเจอกับสวนดอกไม้อีกสวนนึงมีชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง” ไหนๆ ก็มาแล้วเข้าไปดูซักหน่อย เสียค่าเข้าชมอีกคนละ 10 บาท เห็นป้ายด้านหน้าบอกว่ามีดอกฝิ่นด้วย

ด้านในสวนของ พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ดูๆ แล้วก็เหมือนกับสวนดอกไม้ดอยปุย ถ้าใครมาดอยปุยก็เลือกชมสวนใดสวนหนึ่งก็ได้ครับ

รูปด้านบนน่าจะเป็นกระท่อมชาวเขาในอดีต

เดินหาดอกฝิ่นอยู่นาน ในที่สุดก็เจอ เค้าปลูกไม่เยอะครับ ดอกที่บานก็มีไม่กี่ดอก

ดอกฝิ่นสีขาว

เดินไปเดินมาก็ถึงเวลาขึ้นรถพอดี เราจะไปกันต่อที่พระตำหนักภูพิงค์ ที่อยู่ห่างจากดอยปุยลงไปด้านล่าง 3 กิโลเมตร

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

มาถึงแล้วก็ซื้อบัตรเข้าชม ราคาไม่แพงเลยครับ

- เด็ก 10 บาท

- ผู้ใหญ่ 20 บาท

- ชาวต่างชาติ 50 บาท

เวลาจำหน่ายบัตร 8.30 – 11.30 น. และ 13.00 – 15.30 น.

เวลาเข้าชม 8.30 – 16.15 น.

อย่าลืมเช็คดูเวลาด้วยนะครับถ้ามาช่วงพักกลางวัน เค้าจะปิดขายตั๋ว

สำหรับการแต่งการจะต้องแต่งตัวสุภาพ ห้ามใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม สายเดียว กระโปรงสั้น เข้าไปด้านใน ถ้าแต่งมาแล้วก็สามารถเช่าชุดคลุมจากเจ้าหน้าที่ด้านในได้ครับ

บัตรพร้อมแล้วเข้าไปชมด้านในกันดีกว่า เค้าจะมีแผนที่ให้หยิบฟรีที่ด้านใน อย่าลืมหยิบมาด้วยนะครับจะได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

เดี๋ยวนี้่มีบริการรถไฟฟ้าพร้อมคนขับพาเที่ยวด้วยครับ ใครที่พาพ่อ-แม่ ที่มีอายุหน่อย เดินไม่สะดวก แนะนำให้ใช้บริการรถไฟฟ้าครับ

มีค่าบริการดังนี้

- ค่าบริการ 300 บาท / 50 นาที พร้อมคนขับ ไปได้ 3 ครับ (รวมคนขับด้วยจะเป็น 4 คน / รถ 1 คัน)

แต่ผมเดินชมเองสะดวกกว่าครับ เป็นส่วนตัวดี

เดินได้แปปเดียวก็เจอกับ “เรือนปีกไม้” เป็นเรือนที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี หรือพระราชอาคันตุกะและผู้ได้รับพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าพัก

ในพระตำหนักภูพิงค์จะมีต้นกุหลาบเยอะมาก ดอกใหญ่ๆ เหมือนกุหลาบจากเมืองนอก

เดินชมกันไปเพลินๆ อากาศดีมากครับ

ในรูปด้านบนและด้านล่างจะเป็น “เรือนรับรอง” เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างแบบไทยประยุกต์ ใช้เป็นที่พักของพระราชอาคันตุกะและข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ ที่ตามเด็จฯ นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่รับรองแขกในระหว่างรอเข้าเฝ้า หรือรอเข้าร่วมงานพระราชทานงานเลี้ยง

เดินตามทางขึ้นเนินเขาไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไป “พลับพลาผาหมอน” ระหว่างทางผ่านสวนเฟิร์นธรรมชาติ เป็นสวนที่ออกแบบตกแต่งใหม่ให้กลบกลืนกับธรรมชาติ ต้นเฟิร์นหลายต้นที่ปลูกบางต้นมีอายุถึง 60 – 100 ปี เป็นเฟิร์นพวกกูดต้น Tree ferns วงศ์ Cyatheaceae

ปลูกได้เหมือนขึ้นเองตามธรรมชาติเลย

ถึงแล้วครับ “พลับพลาผาหมอน” เดิมต้นนี้เป็นสวนป่าธรรมชาติ มีกระท่อมชาวเขา ไม้ไผ่ มุงแฝก ใช้เป็นที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ และเสวยพระกระยาหารในบ้างครั้ง ต่อมามีการสร้างพลับพลาที่ประทับทำด้วยไม้สักทองแทนกระท่อมชาวเขา

ตรงนี้จะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ในพระตำหนักภูพิงค์ ริมอ่างเก็บน้ำด้านข้างจะเป็นพลับพลาที่ประทับ สร้างด้วยไม้สักทอง ส่วนรอบๆ อ่างเก็บน้ำเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว เมื่อเดินผ่านอ่างเก็บน้ำจะได้ยินเสียงดนตรีเบาๆ ซึ่งเป็นเสียงดนตรีประกอบน้ำพุ น้ำพุที่เห็นมีชื่อว่า “ทิพย์ธาราแห่งปวงชน

กอไผ่ที่เห็นในรูปใหญ่มากครับ เสียดายไม่ได้ไปยืนถ่ายคู่ จะได้เห็นอัตราส่วน

เหลือบดูนาฬิกา แปปเดียวผ่านไป 40 นาทีแล้ว ดูเหมือนว่าจะเดินได้ไม่ครบต่องกลับไปรวมพลที่รถแดงแล้ว เดี๋ยวท่านอื่นจะคอยนาน เดินผ่านร้านอาหารเล็กๆ ในพระตำหนัก ขายเครื่องดื่มและของว่างเบาๆ ครับ

เดินซะเหนื่อยเลยซื้อน้ำส้มคั้นมากินแก้วนึง แก้วละ 28 บาท คั้นสดๆ อร่อยดีครับ

ตรงนี้จะเป็นร้านขายของที่ระลึกตรงทางออก

จากนั้นเราก็นั่งรถแดงลงไปยังพระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

เมื่อพูดถึงพระธาตุดอยสุเทพ ผมมักจะนึกถึงบันไดที่สูงยาวขึ้นไปด้านบน กว่าจะขึ้นไปถึงด้านบนเล่นเอาหอบเหมือนกัน คราวนี้เราเลยลองใช้บริการรถรางไฟฟ้าดูครับ (Automatic cable car) มีค่าบริการ 20 บาท (ไป+กลับ) ตกเที่ยวละ 10 บาท

ตั๋วไป+กลับ ราคา 20 บาท

รถรางไฟฟ้าจะเหมือนกับลิฟท์ทั่วๆ แต่จะต่างกันที่รถรางไฟฟ้าจะเคลื่อนที่แบบเอียงไม่ใช่แนวดิ่งเหมือนลิฟท์

รูปซ้าย : จะเป็นกรอบด้านนอกของรถรางไฟฟ้า รูปขวา : ถ่ายจากด้านในของรถรางไฟฟ้า

วันนี้มีคนมาพระธาตุดอยสุเทพเยอะมากครับ เห็นพระธาตุสีทองเหลืองอร่ามที่เพิ่งผ่านการบูรณะมา ใครที่มาเมื่อ 2 เดือนก่อนจะเห็นโครงเหล็กที่ใช้ในการปีนขึ้นไปบูรณะ อยู่รอบพระธาตุ

วัดดอยสุเทพ หรือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ มีชื่อเต็มว่า วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นวัดสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ ตำนานกล่าวว่าเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และพระมัตถะลุงคะธาตุ

ส่วนชื่อดอยสุเทพนั้น มาจากฤาษีตนหนึ่งชื่อ “วาสุเทพ” หรือ “สุเทวะฤษี” มาบำเพ็ญตบะอยู่บนดอยนี้ คนจึงเรียกชื่อดอยตามชื่อฤาษี เจดีย์พระธาตุได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1919 เป็นพระเจดีย์แบบเชียงแสนผสมลังกา

ทางเข้าพระธาตุดอยสุเทพ

บันไดขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ

รูปซ้าย : รูปปั้นครูบาศรีวิชัยขนาดใหญ่  รูปขวา : ฆ้องยักษ์

เราใช้เวลาบนพระธาตุดอยสุเทพไม่นาน ก็มารอขึ้นรถแดงกลับ อย่าลืมจำหมายเลขรถ ทะเบียนรถ เบอร์โทรรถแดงไว้ด้วยนะครับ รถแดงมีเยอะมาก เดี๋ยวจะสับสน

ทริปเที่ยวสามดอย ดอยสุเทพ ดอยปุย พระตำหนักภูพิงค์ ก็จบลงเพียงเท่านี้่ครับ ในคืนนี้มีงานลอยกระทงที่ประตูท่าแพ ไว้ตอนต่อไปผมจะพาไปชมโคมไฟสวยๆ และขบวนแห่ลอยกระทงที่ประตูท่าแพ สวยงามมากครับ ส่วนวันรุ่งขึ้นเราไปเที่ยวต่อที่สันกำแพง ไปดูการทำร่มที่บ่อสร้างและชมน้ำพุร้อนสันกันแพง ติมตามชมด้วยนะครับ :)

อ่านตอนต่อไป –> อาบน้ำแร่ แช่น้ำพุร้อนสันกำแพง เชียงใหม่

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

10 comments to นั่งรถแดง เที่ยวดอยสุเทพ ดอยปุย พระตำหนักภูพิงค์

  • Porpeer

    ขอบคุณมากค่ะ กําลังจะหาข้อมูลขึ้นไปดอยสุเทพกับดอยปุยพอดีเลย ^^

  • สนธยา

    หากระทู้เที่ยวเองจ่ายเงินเองของเชียงใหม่มานาน เพิ่งเออกระทู้นี้ถูกใจมากๆครับ เพราะให้รายละเอียดดีมากขอบคุณอีกครั้งครับ
    คราวต่อไป ขอให้เพิ่มเวลาที่ใช้ overall ในแต่ละ trip ด้วนะครับ

  • ีUnName

    กำลังเตรียมแพคกระเป๋าเลยค่ะ
    ขอบคุณจริงๆ สำหรับข้อมูลการเที่ยวครั้งนี้ ช่วยได้มากเลยค่ะ^^

  • nang

    ขอบคุณมากเลยนะ ปิดเทอมนี้ว่าจะไปลุยที่เชียงใหม่ซ้ะหน่อย( ช่วยชี้แนะได้มากเลยย)

  • สุกันยา

    ขอบพระคุณมากเลยได้รู้อะไรได้มากกว่าที่คิดค่ะ ปีใหม่นี้จะได้เตรียมตัวคะ่

  • แอบรัก

    ขอบคุณมากนะคะ ที่แบ่งปันข้อมูลดีๆ เป็นประโยชน์อย่างมากเลย

  • กุ้้ง

    กุ้งวันนั้นเราไปเที่ยวดอยปุยมาแล้วเราได้ไปซื้อกำไลกับสร้อยมาเราถามคนขายว่ามันทำมาจากอะไรเขาก็ตอบกลับมาว่าทำมาจากเงินแท้ๆไม่โกหกหรอกค่ะชัวร์แน่นอนแล้วเราก็ซื้อมา .ปรากฎว่าเราใส่สร้ อยได้หนึ่งวันผลก็คือมันคันเป็นตุ่มนำ้ใสๆทั้งมือและค อเราก็เลยไปถามคนที่เขาขายเครื่องเงินก็ได้คำตอบมาว่ามันคือเงินปลอมมันก็แค่ไปชุบเงินเฉยๆ .เราก็แค่อยากถามว่าทำไมต้องทำกันอย่างนี้มันเสื่อมเสียสถานที่ทอ่งเที่ยวของประเทศหมดนะจ๊ะ อยากให้ผู้ใหญ่ๆๆเข้าไปดูหน่อยนะคะอย่าบอกนะว่าท่านๆไม่ทราบ .ยังไงก็ช่วยดูแลกันหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ จากคนที่รักความถูกต้อง .กุ้งศิษย์กวนอู

  • ขอบคุณนะคะสำหรับข้อมูลกำลังหาข้อมูลไปไหว้พระธาตุอยู่….ขอบคุณมากๆค่ะ

  • cookie

    ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูลดีดี

  • ทิกเกอร์ตาโต

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูลการท่องเที่ยวดีๆ กำลังมองหาข้อมูลไปเที่ยวดอยอยู่พอดี กระทู้นี้ใช่เลย ถูกใจมากๆ รายละเอียดข้อมูลก็แบบแพ็คกระเป๋าเดินทางโดยรถทัวร์แบบนี้ใช้เลย ขอบคุณมากๆนะคะ อ่านแล้วสนุกมากเลย หวังว่าหนูบ้างจะสนุกเหมือนพี่ไปนะคะ ^^

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*