ไทย English

สงวนลิขสิทธิ์ : ขอความกรุณา webmaster กรุณาอย่า copy บทความท่องเที่ยวของเราเลย เราทำด้วยความตั้งใจกว่าจะมาเป็นบทความแต่ละเรื่อง มีทั้งค่าใช้จ่าย ต้นทุน เวลา หากต้องการนำข้อมูลบางส่วนไปอ้างอิงกรุณา link กลับมายังหน้านั้นด้วย

ขอบคุณครับ

ที่พักแนะนำ

ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านชาวเขา

ดอยอ่างขาง บนทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ประมาณกิโลเมตรที่ 137 จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านยางที่ตลาดแม่ข่า เข้าไปอีกประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง สูงและคดเคี้ยว ต้องใช้รถสภาพดีและมีกำลังสูง คนขับชำนาญ หรือจะหาเช่ารถสองแถวได้ที่ตลาดแม่ข่า อากาศบนดอยหนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง นักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมเครื่องกันหนาวมาให้พร้อม เช่น หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อกันหนาว

สถานที่น่าสนใจบนดอยมีหลายแห่ง ได้แก่

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เรื่องกำเนิดของสถานีฯ แห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร  สถานีฯ จึงเกิดขึ้นเมื่อพ.ศ. 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอว์เบอรี่ สาลี่ ราสเบอรี่  พลับ กีวี  ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่าง ๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ

จำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในโครงการฯ และมีที่พักบริการ สวนบอนไซ อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หมู่บ้านคุ้ม ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆ ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน  อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว

จุดชมวิวกิ่วลม อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

หมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา  มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดนไทย-พม่า

หมู่บ้านขอบด้ง เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้านหัตถกรรมพื้นบ้าน (เช่น อาบูแค เป็นกำไลถักด้วยหญ้าไข่เหามีสีสันและลวดลายในแบบของมูเซอ)  บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ โดยชาวบ้าน ครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมของหมู่บ้านโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป  และยังมีโครงการมัคคุเทศก์น้อยที่อบรมเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านขอบด้งเพื่อช่วยอธิบายวิถีชีวิตของพวกเขาให้ผู้มาเยือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกและสร้างความรักในท้องถิ่นให้เด็ก ๆ ด้วย

หมู่บ้านหลวง ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่ กิจกรรมท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง มีหลายอย่างที่สามารถทำได้เช่น เดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ขี่ล่อล่องไพร เป็นต้น

ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

รูปภาพ. www.folktravel.com

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

1 comment to ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านชาวเขา

  1. 350D
    February 5th, 2010 at 11:52 am

    เก๋าว่ะโฟค ผมไปแม่แจ่มคืนนี้ว่ะ :)

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ดอยอ่างขาง

หลังจากที่ออกเดินทางจากโป่งเดือดป่าแป๋ ตอนเกือบจะบ่าย ตีรถเข้าเชียงใหม่อีกครั้ง ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ผ่าน อ.เชียงดาว มีโค้งเยอะพอสมควรและมีทางลาดชันให้ได้ลุ้นกันว่ารถจะขึ้นไหวหรือไม่ บางโค้ง พี่คนขับรถตู้เอารถขึ้นไม่ไหว ต้องลงเกียร์ต่ำ ไล่รอบขึ้นไปใหม่ มีรถไหลบ้าง แต่ในที่สุดก็ขึ้นมาถึง ดอยอ่างขาง สำเร็จ คนในรถค่อยยิ้มออก แต่โชคดีอย่างนึงคือวันที่ไปเป็นวันอาทิตย์ ที่ไม่ใช่เทศกาลจึ้งมีรถไม่ค่อยมากๆ เท่าไหร่

17.30 เอากระเป๋าเสื้อผ้าออกจากรถ ขนไปยังที่พัก สำหรับที่พักในคืนนี้ เราพักกันที่ อ่างขางวิลล่า ครับ ใกล้กับ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เลย เป็นบ้านพักขนาด 10 คน ราคาอยู่ที่ 2,500 บาท ไม่มีอาหารเช้า ที่นี่มีพนักงานมาช่วยถือกระเป๋า ดูแล้วคงเป็นชาวเขาบนดอยอ่างขางนี้แหล่ะครับ

อ่างขางวิลล่า เป็นที่พักอยู่บนเนินเขา บรรยากาศดีมากครับ มีดอกไม้ปลูกภายในรีสอร์ทสวยงาม มีซุ้มให้นั่งรับลมคุยกันตอนกลางคืน บ้านพักที่นี่สร้างได้กลมกลืนกับธรรมชาติ แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่มีที่จอดรถในโซนที่พัก ต้องไปจอดรถแถวหน้าตลาด (แถวๆ หน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง)

ภานในบ้านพักขนาด 10 คนมีที่นอนวางเรียงกัน ซ้าย-ขวา ยาวไปจนสุดบ้าน เว้นที่ตรงกลางไว้เป็นทางเดิน ได้บรรยากาศเหมือนนอนในค่ายทหาร มีห้องน้ำ 2 ห้อง เครื่องทำน้ำอุ่นที่นี่แปลกดี เป็นเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้แก๊สครับ คือจุดไฟเผาท่อน้ำเล็กๆ ที่ขดอยู่ในเครื่องทำน้ำอุ่น แต่ก็ทำงานได้ดีครับ มีทีวี 1 เครื่อง มีสัญญาณโทรศัพท์ AIS, True, Dtac ส่วนค่ายอื่นไม่ทราบครับ

ที่อ่างขางวิลล่าปลูกต้นไม้ไว้เยอะ ด้านล่างเป็นต้นบ๊วย ตอนแรกผมเข้าใจว่ามันเป็นดอกนางพญาเสือโคร่ง คิดว่าคงเป็นพืชตระกูลเดียวกันครับ

ต่อไปจะพาไปชมตลาด ที่ขายของฝากกันครับ เดินลงมาจากที่พัก ก็จะเจอร้านค้าขายของฝาก เป็นพวกบ๊วย, ลูกท้อ ผลไม้เมืองหนาว พืชผลการเกษตรที่ปลูกบนดอยอ่างขาง เสื้อกันหนาว ถุงมือ ก็มีขายครับ ราคาไม่แพง ชาวเขาก็นำของ handmade มาขาย กำไลเงิน ถุงผ้า ร้านอาหารก็มีให้เลือกกินอยู่หลายร้าน

ที่ อ่างขางวิลล่า นอกจากจะเป็นที่พักแล้วยังเป็นร้านอาหาร + ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย มื้อเย็นนี้เราฝากท้องไว้กับอ่างขางวิลล่า ที่นี่เป็นร้านอาหารอิสลาม อาหารรสชาติอร่อยใช้ได้ครับ โดยเฉพาะผักจะสด แนะนำให้สั่งเมนูผัดผักครับ ทราบมาว่าเจ้าของอ่างขางวิลล่าเกิดบนดอยอ่างขาง และอยู่บนอ่างขางมาเป็นสิบๆ ปี ที่นี่มีรูปดอยอ่างขางในอดีตได้ดูด้วย

ในคืนนี้ผมอ่านค่าจากเทอร์โมมิเตอร์ได้อุณหภูมิประมาณ 12-14 องศา (ตอนหัวค่ำ) อากาศเย็นสบายดีมากครับ คาดว่าดึกๆอุณหภูมิจะลงไปอีก พอกินข้าวเสร็จ หนาวจนต้องรีบเข้าที่พัก หลังจากที่เหนื่อยมาแล้วทั้งวันคืนนี้เราหลับกันเป็นตายเลย ใต้ผ้าห่มผืนหนาคนละผืน

ในตอนเช้า หลังจากที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็เตรียมตัวเก็บของออกจาก อ่างขางวิลล่า มื้อเช้านี้เราจะไปทานข้าวที่ สโมสรอ่างขาง ใน สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เช้านี้หนาวกว่าเมื่อคืนซะอีก 8-9 องศาได้ครับ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง รายละเอียดตามนี้ครับ

  • ค่าบำรุงสถานี คนละ 50 บาท
  • รถคันละ 50 บาท

เปิดให้เข้าชมเวลา 6.00-18.00 น

เมื่อเข้ามาถึงด้านใน จอดรถที่บริเวณตรงข้ามสวน 80 ก็จะเจอกับสโมสรอ่างขาง ซื้อคูปองท่านอาหารเช้า 120 บาทก็เข้าไปทานข้างในได้เลยครับ อาหารจะเป็นแนวบุฟเฟต์ มีทั้ง American Breakfast และกับข้าวเป็นอย่างๆ สลัดผัก ผลไม้ที่ปลูกในโครงการ ข้าวต้ม ฯลฯ เครื่องดื่มก็มีชา กาแฟสด กับข้าวที่นี่อร่อย คุ้มค่า สมราคา

นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ยังมีวิวภูเขาให้ได้ชมกันอีกด้วย บรรยากาศดีมากๆ ครับ จิบกาแฟสดเคล้าอากาศหนาว มีความสุขที่สุดแล้วครับ

ใจนึงก็อยากนั่งสบายๆ จิบกาแฟไป อีกใจนึงก็อยากจะไปดูดอกไม้เมืองหนาวสวยๆ ที่ สวนแปดสิบ เสียดายที่เวลามีไม่มาก

ที่สวน 80 ในเช้านี้มีนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าไหร่นัก

ด้านหน้า สวน 80

กระหล่ำสี

ดอกท้อ

ต้นซากุระ ในสวน 80 เคยอ่านเจอมาว่าเป็นซากุระแท้ๆ จากญี่ปุ่น (ไม่ใช่นางพญาเสือโคร่ง) แต่ตอนที่ผมไปนั้นช้าไปซัก 1-2 สัปดาห์ ดอกกำลังเหี่ยว ร่วงโรยไป

ชาวเขาขายของที่ระลึก หน้าสโมสรอ่างขาง

ภายในสโมสรอ่างขาง

หลังจากชมสวน 80 กันจนจุใจแล้ว เราก็ย้ายไปที่สวยบอนไซ กันต่อ เค้าว่ากันว่าสวนบอนไซแห่งนี้ประกวดที่ไหนก็ได้ที่ 1 ตลอด เนื่องจากอากาศบนดอยอ่างขาง เอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงบอนไซ

โดมอนุรักษ์และจัดแสดงพืชภูเขาเขตร้อน

บอนไซ @ สวนบอนไซ ดอยอ่างขาง

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>