ไทย English

สงวนลิขสิทธิ์ : ขอความกรุณา webmaster กรุณาอย่า copy บทความท่องเที่ยวของเราเลย เราทำด้วยความตั้งใจกว่าจะมาเป็นบทความแต่ละเรื่อง มีทั้งค่าใช้จ่าย ต้นทุน เวลา หากต้องการนำข้อมูลบางส่วนไปอ้างอิงกรุณา link กลับมายังหน้านั้นด้วย

ขอบคุณครับ

จองโรงแรมด่วน มีห้องว่าง ยืนยันห้องทันที

คู่มือเที่ยวอัมพวา ดูหิ่งห้อย ค่ายบางกุ้ง โบสถ์คริสต์

ถ้าถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปค่อนข้างบ่อย สถานที่นั้นคงจะหนีไม่พ้น ตลาดน้ำอัมพวา ผมไป อัมพวา มาก็หลายครั้งเหมือนกัน แต่ไม่เคยเลยที่จะเบื่อ ไปแต่ละครั้งก็ได้บรรยากาศต่างกันไป บางช่วงก็เจอน้ำแล้ง คลองแห้ง ไปอีกทีฝนตกหนัก แต่ไปทุกครั้งก็คนเยอะทุกครั้งครับ
ผมชอบอัมพวาที่เป็นบรรยากาศชุมชนเก่า มีบ้านไม้อยู่ริมคลอง มีของกินขายหลายอย่าง เป็นตลาดน้ำที่ไม่ต้องตื่นเช้า แล้วก็ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วยครับ
ในวันนี้ผมจะขออาสาเป็นไกด์พาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาและสถานที่เที่ยวใกล้เคียงนะครับ หลักๆ ก็มีอาสนวิหารแม่พระบังเกิด หรือ โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศ, ค่ายบางกุ้ง ชมโบสถ์ปรกโพธิ์ 1 ใน Unseen ของเมืองไทย, สุดท้ายก็เป็นกิจกรรมล่องลำน้ำอัมพวา ชมหิ่งห้อย
ตลาดน้ำยามเย็น อัมพวา
ที่แรกครับ ตลาดน้ำยามเย็น อัมพวา ตลาดน้ำที่นี่มีเฉพาะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุด เท่านั้นเปิดขายกันตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงสาม-สี่ทุ่ม ถ้าไปตั้งแต่ช่วงเที่ยง-บ่ายๆ จะเป็นช่วงที่เดินได้สะดวกมากมีร้านห้องแถวเปิดขายขนม-ของกิน, ขางฝาก พอใกล้ช่วงเย็นจะมีเรือขายของเยอะขึ้น ขายหลายอย่างครับ อาหารทะเลปิ้ง กุ้ง หอย ปู ปลา, ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ส้มตำ, ขนมไทย, กาแฟโบราณ
วิธีการก็ง่ายๆ ซื้อกับแม่ค้าที่ขายในเรือ แล้วก็กินกันง่ายๆ ที่บันได ได้ทั้งรสชาติและบรรยากาศครับ ราคาไม่แพงด้วย

ถ้าพอมีเวลาลองเดินเล่นดูของที่ระลึก, ของฝาก, ของกิน [...]

วัดต้นสน อ่างทอง

วัดต้นสน อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับวิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง  เป็นวัดเก่าแก่โบราณ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร พระนามว่า สมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดีศรีเมืองทอง หรือเรียกชื่อย่อว่า  “สมเด็จพระศรีเมืองทอง”   ขนาดหน้าตักกว้าง 6 วา 3 ศอก 9 นิ้ว   สูง 9 วา 1 ศอก 19 นิ้ว หล่อด้วยโลหะทั้งองค์ลงรักปิดทอง
พระราชสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดต้นสนเดิมเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2516  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีสวมเกตุสมเด็จพระศรีเมืองทอง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2528 นับเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะขนาดใหญ่ที่สุดองค์แรกและมีพุทธลักษณะที่สวยงามมากอีกองค์หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีวังปลาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดอ่างทองวรวิหาร

วัดอ่างทองวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตะวันออก ข้างศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นวัดเล็กๆ 2 วัด  ชื่อ  วัดโพธิ์เงิน และวัดโพธิ์ทอง  สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4  ต่อมาในปี พ.ศ. 2443  สมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จทางชลมารคผ่านวัดทั้งสองนี้จึงโปรดฯ ให้รวมวัดสองวัดเป็นวัดเดียวกัน และพระราชทานนามว่า  “วัดอ่างทอง”   วัดนี้มีพระอุโบสถที่งดงาม  มีพระเจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีทองด้านและหมู่กุฏิทรงไทยสร้างด้วยไม้สักงดงามเป็นระเบียบซึ่งล้วนเป็นสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดชัยมงคล อ่างทอง

วัดชัยมงคล สร้างราวปีพ.ศ. 2400 ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 เหตุที่ชื่อว่า วัดชัยมงคล เนื่องจากเป็นจุดแพ้ชนะในการแข่งเรือ เหนือวัดขึ้นไปเป็นวัดสนามชัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขัน ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นใหม่ในปัจจุบัน โดยนำศิลปะสมัยใหม่มาผสมผสานเช่น การใช้แสงเงา การใช้สีสะท้อนแสง การเขียนแบบเหมือนจริง การให้น้ำหนักสีอ่อนและเข้ม
นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการวางภาพ เช่น บนผนังเหนือหน้าต่างเขียนภาพเทพชุมนุมเพียงแถวเดียว หรือ ที่ผนังตรงข้ามองค์พระประธานเขียนภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนพุทธบัลลังก์แทนภาพมารผจญ
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ศาลหลักเมือง อ่างทอง

ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด  เป็นอาคารจตุรมุข  ตัวศาลสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของเทพารักษ์พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง จะปกปักรักษาและปัดเป่าภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองและประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งการสร้างศาลหลักเมืองจะมีพิธีการตัดไม้มงคลเพื่อนำมาเป็นศาลหลักเมือง มีการบวงสรวงก่อนตัดไม้มงคลโดยโหรหลวงจากสำนักพระราชวัง
ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ 2 ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือ  ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ)  ภายในศาลมีภาพจิตรกรรมฝาผนังลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งสวยงามมาก  ศาลหลักเมืองอ่างทองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สวยงามสมกับเป็นหลักชัยและหลักใจของประชาชนชาวอ่างทองอย่างยิ่ง  ผู้ที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดนี้ไม่ควรพลาดการไปเคารพสักการะศาลหลักเมืองแห่งนี้
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดจันทรังษี อ่างทอง

วัดจันทรังษี ตั้งอยู่ที่บ้านนา หมู่ 9 ตำบลหัวไผ่ จากแยกสายเอเชียเข้าตัวอำเภอเมืองอ่างทองไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัดเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้มีพื้นที่สองฝั่งถนน  ฝั่งหนึ่งมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  ประชาชนนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อโยก” และอีกฝั่งหนึ่งของถนน เป็นที่ตั้งของวิหารหลวงพ่อสด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์หลวงพ่อสดทำจากโลหะ เริ่มสร้างเมื่อปี 2539 ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร 9 นิ้ว สูง 9.9 เมตร เหลืองอร่าม มีความงดงามมาก
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดมธุรสติยาราม อ่างทอง

วัดมธุรสติยาราม ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เลยสี่แยกทางเข้าอ่างทอง  สายเอเชียไปทางนครสวรรค์ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าปั๊มน้ำมันปตท.ไปประมาณ 30 เมตร
เดิมชื่อวัดกุฏิ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประคำทองซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเก่ามาแต่โบราณ  สันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีหลักฐานสำคัญเหลือให้เห็นคือ กำแพงแก้ว พระอุโบสถ เจดีย์และวิหาร ซึ่งวางจัดกลุ่มได้เหมาะสม มีรูปทรงที่งดงาม
พระอุโบสถเจดีย์เป็นรูปโค้งสำเภาก่ออิฐถือปูนกว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร หลังคาสูง 6 เมตรมุงด้วยกระเบื้องดินเผา  สิ่งที่เป็นศิลปะชั้นเยี่ยมของพระอุโบสถได้แก่ หน้าบันไม้ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถแกะสลักลายอย่างวิจิตรพิศดาร เป็นลายดอกบัวอยู่กลาง ก้านขด ปลายลายเป็นช่องหางโต แปลกตรงที่ลายดอกบัวมีลักษณะคล้ายจะเป็นเทพนมอยู่ยอดดอกบัว
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดสุวรรณเสวริยาราม อ่างทอง

วัดสุวรรณเสวริยาราม อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกในท้องที่ตำบลตลาดกรวด  อยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) กิโลเมตรที่ 103–104 หรือ จากศาลากลางจังหวัดไปตามถนนคลองชลประทานประมาณ  3  กิโลเมตร   ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดองค์พระยาวประมาณ 10 วา และยังมีโบราณวัตถุต่างๆที่มีอายุราว 100 ปี  ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นใน สมัยร.4 เป็นฝีมือช่างหลวง
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดราชปักษี อ่างทอง

วัดราชปักษี(นก)  อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกตามเส้นทางหลวงหมายเลข 309 (สายอ่างทอง-อยุธยา)  กิโลเมตรที่  52–53 จากอำเภอเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 3 - 4 กิโลเมตร
ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีลักษณะคล้ายพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกแต่มีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย  สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าสมัยอยุธยา   เดิมองค์พระชำรุดทรุดโทรมอย่างมากปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ และยังมีพระพุทธรูปสร้างสมัยพระเจ้าทรงธรรมราวพ.ศ.  2163 เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ต่อมาเมื่อใกล้จะพังลงน้ำ พระมหาวิเชียร ขันนาค พร้อมด้วยพุทธบริษัทได้ช่วยกันเลื่อนเข้ามาประดิษฐาน ไว้ ณ ที่ปัจจุบัน เมื่อปีพ.ศ. 2490 ต่อมาได้ชักชวนกันสร้างพระวิหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงทำการฉลองเมื่อปีพ.ศ. 2502 เพราะเหตุที่ผ่านอุปสรรคจากกิเลสมารตลอด รอดมาได้ อย่างราบรื่น   จึงพร้อมใจกันถวาย พระนามนิมิตรว่า   “ พระรอดวชิรโมลี ” เพื่อเป็นที่สักการะเคารพบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายตลอดกาล 5,000 พรรษา
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วัดพินิจธรรมสาร อ่างทอง

วัดพินิจธรรมสาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลากด ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ตามถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก-อยุธยา  กิโลเมตรที่ 15 เดิมชื่อ “วัดกระสอบ” สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ วิหารที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่สกุลเชียงแสนรุ่นแรก หน้าตักกว้างประมาณ 6 วาเศษ แบบ “หลวงพ่อโต” ปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิเพ็ชรประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง
ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย