จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

อ่างเก็บน้ำเขาสามสิบ ค่ำคืนดูดาว ตื่นเช้าดูนก สระแก้ว

อ่างเก็บน้ำเขาสามสิบ ตำบลเขาสามสิบ จากอำเภอเมืองสระแก้วไปตามทางหลวงหมายเลข 317 กิโลเมตรที่ 137-138 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร เลยวัดเขาสามสิบประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาป่าฉกรรจ์ (บ้านเขาสามสิบ) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ทำการฯ อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำเขาสามสิบใกล้เชิงเขา มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ ดูดาว ดูนก เดินป่าศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง โดยมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านนำทาง กิจกรรมที่นี่เรียกได้ว่าเป็นแบบ “ค่ำคืนดูดาว ตื่นเช้าดูนก” มีบ้านพักรับรองและสถานที่กางเต็นท์ ติดต่อได้ที่หัวหน้าโครงการฯ โทร 08 1983 5987 หรือ โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาป่าฉกรรจ์ (บ้านเขาสามสิบ) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตู้ ปณ.20 อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว 27000 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก น้ำตกท่ากระบาก สระแก้ว

อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก หมู่ 10 ตำบลท่าแยก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 37 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่จะปรับปรุงระบบชลประทานในเขตพื้นที่ราบเชิงเขา เป็นเขื่อนดินสูง 17.50 เมตร ยาว 720 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง ปลูกต้นไม้พันธุ์ต่างๆ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้ประดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและเที่ยวชมธรรมชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 08 6133  2668 หรือ โครงการชลประทานสระแก้ว โทร. 0 3726 1667 น้ำตกท่ากระบาก อยู่เลยจากอ่างเก็บน้ำท่ากระบากไปประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเข้าน้ำตกยังไม่ค่อยสะดวก ตัวน้ำตกมี 3 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 400-500 เมตร เบื้องล่างของแต่ละชั้นเป็นแอ่งน้ำลงเล่นน้ำได้ ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สระแก้ว สระขวัญ สระศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด

สระแก้ว สระขวัญ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ในสวนสาธารณะสระแก้ว สระขวัญ ใกล้กับสำนักงานเทศบาลเมืองสระแก้ว ถนนสุวรรณศร (ประมาณกิโลเมตรที่ 246-247) เข้าซอยเทศบาล 2 เชื่อกันว่าน้ำในสระแห่งนี้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติว่าในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อคราวเจ้าพระยาจักรี(ทองด้วง) ได้รับมอบหมายจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้ยกทัพไปปราบปรามความไม่สงบในกัมพูชา ขณะที่ยกทัพมาถึงเขตจังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน ได้แวะพักที่บริเวณสระน้ำทั้งสองแห่งนี้ก่อนที่จะยกทัพไปตีเสียมราฐ และเมื่อยกทัพไปถึงก็สามารถจัดการความไม่สงบในเขมรได้สำเร็จ สระแก้ว สระขวัญ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นที่มาของชื่อจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้น้ำในสระแห่งนี้ยังเคยถูกนำไปใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาอีกด้วย ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เที่ยวชมสัตว์น้ำ อุโมงค์ปลาน้ำจืด สุพรรณบุรี

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่  มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่  อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองสุพรรณประมาณ 64 กิโลเมตร  บึงฉวากมีพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทและอำเภอเดิมบางนางบวช  จังหวัดสุพรรณบุรี  ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ อุโมงค์ปลา บึงฉวาก บึงฉวาก ได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2526 และในปีพ.ศ. 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี   เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง   ลักษณะที่เรียกว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ คือ พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วม น้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ทั้งที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วมถาวรและชั่วคราว  ทั้งแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล แหล่งน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลและทะเลในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดต่ำสุด น้ำลึกไม่เกิน 6 เมตร ซึ่งบึงฉวากเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว คือเป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1–3 เมตร   พื้นที่บึงฉวากอยู่ในความดูแลของหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นต้น ริมบึงฉวากมีบรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบายตลอด ในบริเวณบึงเต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงและชมพู […]

สระศักดิ์สิทธิ์ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ สุพรรณบุรี

สระศักดิ์สิทธิ์ อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว ริมถนนสายดอนเจดีย์-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 322) กิโลเมตรที่ 7-8  ตรงข้ามทางเข้าสวนนกท่าเสด็จ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาทอดพระเนตรสระศักดิ์สิทธิ์ที่ตำบลนี้ จึงเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น บ้านท่าเสด็จ สระศักดิ์สิทธิ์เดิมพบเพียง 4 สระ คือ  สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ ต่อมาพบอีก 2 สระ คือ สระอมฤต 1 และสระอมฤต 2 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชหัตถเลขาไว้ว่า  “…แต่เหตุไฉนที่สระนี้ขลังนักไม่ปรากฏ คงจะมีตัวครูบาที่สำคัญเป็นอันมาก น้ำในสระก็ไม่ใช้ ปลาในสระก็ไม่กิน สระมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มีจระเข้อาศัยอยู่ทั้งสี่สระ…น้ำสระคา สระยมนา ไม่สู้สะอาด มีสีแดง แต่น้ำสระเกษ สระแก้วใสสะอาด…”    น้ำในสระทั้งหมดนี้ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและพระราชพิธีสระน้ำมูรธาภิเษกตามลัทธิพราหมณ์  กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนจัดตั้งสระน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโบราณสถานไว้  แต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คลองน้ำใส สุราษฎร์ธานี

คลองน้ำใส ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลถ้ำสิงขร เป็นลำคลองที่มีลักษณะคล้ายลำคลองน้ำจืดทั่วไป แต่ความพิเศษเป็นลำธารที่มีความใสของน้ำเป็นพิเศษสามารถมองเห็นก้นบึงของลำธารได้อย่างชัดเจน มีความยาวของลำธารประมาณ 5 กิโลเมตร ลึกประมาณ 1.30 เมตร ต้นน้ำเกิดจากน้ำผุดที่ไหลออกมาจากรากต้นไทร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดบริเวณจุดเล่นน้ำประมาณ 100 เมตร จากจุดต้นน้ำเป็นลำธารที่เชื่อมต่อคลองน้ำข้นไหลมาบรรจบธารน้ำใส เป็นจุดตัดไม่ให้น้ำข้นไหลลงมา ซึ่งลำคลองน้ำใสไหลลงไปบรรจบที่คลองยันต์ วัดสถิตคีรีรมย์ (วัดเขา) แล้วไหลไปสู่คลองพุมดวง การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางหมายเลข 401 หรือเส้นทางหมายเลข 41 (สุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า-ภูเก็ต) แยกขวาที่ปากทางเข้าวัดถ้ำสิงขร ที่ กม.35 ถึงสามแยกเลี้ยวซ้ายไปคลองน้ำใส เป็นเส้นทางผ่านบ่อน้ำร้อน ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปคลองน้ำใส เป็นถนนลูกรัง ประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงสามแยกเข้าไปที่คลองน้ำใส ระยะทางประมาณ 300 เมตร ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เขื่อนรัชชประภา เขื่อนเชี่ยวหลาน ถ้ำน้ำทะลุ สุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) อยู่ในบริเวณเดียวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพัง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 90 กิโลเมตร เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์  สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร  บริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และสวนสวยงาม ภูเขาหินปูนที่อยู่ในเขื่อนมีรูปร่างต่าง ๆ แปลกตาสวยงามตามธรรมชาติ  ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวที่ดูอบอุ่นเย็นสบายเหมาะจะมาเที่ยวพักผ่อน ในบริเวณเขื่อนรัชชประภาจะมีที่พักของหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติเขาสก ไว้บริการนักท่องเที่ยว  ได้แก่ หน่วยอุทยาน ขส.2 มีบ้านพัก 2 หลัง พักได้ 30 คน  แพพักที่หน่วยฯ นางไพร มี 6 หลัง พักได้ 50 คน  แพพักที่หน่วยฯ โตนเตย มี 7 หลัง พักได้ 10-18 คน แพพักที่หน่วยฯ ไกรสร มี 10 หลัง […]

ห้วยเสนง อ่างเก็บน้ำชลประทาน สุรินทร์

ห้วยเสนง เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปตามทางหลวงหมายเลข 214 (สุรินทร์-ปราสาท) ประมาณ 5 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 5-6 แยกซ้ายมือไปทางถนนริมคลองชลประทาน ประมาณ 4 กิโลเมตร ห้วยเสนงนี้เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง บนสันเขื่อนเป็นถนนลาดยาง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์ และภายในที่ทำการชลประทานมีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย (การเข้าชมพระตำหนักต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 44 51 1966 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

บึงโขงหลง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง หนองคาย

บึงโขงหลง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินิเวศ และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 8,064 ไร่ เมื่อปี พ.ศ 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาโครงการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง ดำเนินแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2523 และได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง เมื่อปี พ.ศ. 2525 บึงโขงหลงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติอันดับที่ 1,098 ของโลก (Wetland of International Importance) ในปี พ.ศ. 2544 มีพื้นที่กว่า 22 ตารางกิโลเมตร ยาว 13 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำนานาชาติ เช่น นกน้ำกว่า 100 ชนิดที่หาดูได้ยาก มีปลาชนิดที่หาดูได้ยาก คือ ปลาบู่แคระ ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ที่ประทับของสมเด็จย่า อุดรธานี

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อการเกษตร การประมง และการจ่ายน้ำเพื่อผลิตประปา อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 20,000 ไร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศที่สวยงามเหมาะสำหรับนั่งชมทิวทัศน์  และภายในอ่างเก็บน้ำมีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ท่านเคยเสด็จประทับเกือบทุกปี เปิดให้เข้าชมสำหรับผู้ที่สนใจต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน การเดินทาง ตามทางหลวงสายอุดรธานี-หนองบัวลำภู  ถึงกิโลเมตรที่ 108 เลี้ยวเข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย