จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง ตั้งอยู่ ถนนเลี่ยงเมือง ริเริ่มและดำเนินการโดยเทศบาลเมืองอ่างทอง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองท้องถิ่น เทศบาลเมืองอ่างทองได้ทำการเปิดศูนย์ ฯ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2548 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (นายกมล จิตระวัง)  มีวัตถุประสงค์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวอ่างทอง และนักเรียน นักศึกษารวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ให้ข้อมูลความเป็นมาและเป็นไปของเมืองอ่างทอง ผ่านการนำเสนอเนื้อหาสาระในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญและโดดเด่น และน่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ เข้าใจ และประทับใจในความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของเมืองอ่างทอง โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านการออกแบบ เทคนิคการจัดแสดงที่หลากหลาย ทั้งภาพประกอบคำบรรยาย หุ่นจำลองเหตุการณ์ การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยายที่เหมือนจริง การใช้เสียงบรรยาย การใช้สื่อวิดีทัศน์ รวมถึงวัตถุจัดแสดงที่สามารถสัมผัสได้ เพื่อให้ผู้ชมเพลิดเพลิน มีส่วนร่วม และจดจำสาระเนื้อหาของเมืองอ่างทอง ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เข้าชมในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น. และในวันเสาร์-อาทิตย์  (สำหรับขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ) ในกรณีที่ชมเป็นหมู่คณะโปรดแจ้งให้เทศบาลเมืองอ่างทองทราบล่วงหน้า โทร 0 3561 […]

อนุสาวรีย์ทหารอาสา กรุงเทพฯ

อนุสาวรีย์ทหารอาสา ตั้งอยู่ ณ มุมสนามหลวงด้านเหนือ เป็นอนุสรณ์แก่ทหารไทยที่ไปร่วมรบในสมรภูมิ   ยุโรป เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2457 ประเทศไทยได้ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรประกาศสงครามกับเยอรมัน และได้ส่งทหารอาสาไปในสมรภูมิในยุโรป เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2461 ได้เดินทางกลับ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2462 และได้นำอัฐิทหารอาสาที่เสียชีวิตมาบรรจุ ณ อนุสาวรีย์นี้ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2462 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้อมูลท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร, การเดินทาง, แผนที่กรุงเทพฯ

วัดโพธิ์ กรุงเทพมหานคร กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ ที่ 6 เมษายน เดือน 5 แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้ อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐี และชาวจีน  ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง  ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี  กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง  ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อพ.ศ. 2328 […]

ป้อมแผลงไฟฟ้า สมุทรปราการ

ป้อมแผลงไฟฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาด ติดกับโรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่บางส่วน เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของฐานทัพเมืองนครเขื่อนขันธ์ เป็นเสมือนหนึ่งฐานทัพด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเมืองที่มีป้อมปราการหลายแห่ง เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชดำริที่จะใช้ป้องกันพระราชอาณาจักร ปัจจุบันเทศบาลเมืองพระประแดงได้ทำการบูรณะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยบริเวณข้างบนของป้อมได้จัดปืนใหญ่โบราณหลายกระบอกตั้งไว้ให้ชมรอบ ๆ บริเวณจัดปลูกต้นไม้ร่มรื่น การเดินทาง จากสามแยกพระประแดง (ถนนสุขสวัสดิ์) เลี้ยวซ้ายไปตลาดพระประแดง สามารถจอดรถได้ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอพระประแดง หรือเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางปรับอากาศและธรรมดา ขสมก. สาย 82 และ 138 รถร่วมบริการสาย 6 ลงตลาดพระประแดง สามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลพระเสื้อเมือง และป้อมแผลงไฟฟ้า ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันบริเวณตลาดพระประแดง ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ป้อมพระจุลจอมเกล้า สมุทรปราการ

ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือ ป้อมพระจุล ตั้งอยู่บริเวณริมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลแหลมฟ้าผ่า อยู่ห่างจากแยกพระสมุทรเจดีย์ ไปตามถนนสุขสวัสดิ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 303 ประมาณ 7 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 20  ป้อมพระจุลฯ-ท่าดินแดง เป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นที่ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) เป็นป้อมที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยและประวัติศาสตร์ชาติไทยมายาวนาน เพราะในสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่า ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังแสวงหาเมืองขึ้น บรรดาประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ติดเขตแดนไทย ก็ถูกประเทศทั้งสองเข้าครอบครองไปหมดแล้ว นับเป็นภัยใหญ่หลวงสำหรับประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศไทย พระองค์จึงทรงหาวิธีป้องกันต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันทางน้ำ ทรงดำริให้ปรับปรุงป้อมต่างๆ ทางปากน้ำ โดยจ้างชาวต่างประเทศที่ชำนาญการทหารเรือเป็นที่ปรึกษาวางแผนในการปรับปรุงกิจการทหารเรือในครั้งนั้นด้วย ภายในป้อมพระจุลจอมเกล้ามีสิ่งที่น่าสนใจคือ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้มีความสง่างามยิ่ง โดยทรงฉลองพระองค์ในชุดจอมทัพเรือ พระหัตถ์ถือกระบี่  นอกจากนี้ภูมิทัศน์โดยรอบยังแวดล้อมไปด้วยแมกไม้นานาชนิดดูร่มรื่น ใต้ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมาของป้อมพระจุลจอมเกล้า และเหตุการณ์ในสมัย ร.ศ. 112 พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง เป็นเรือรบประจำการมีอายุการใช้งานนานที่สุดในกองทัพเรือเป็นเวลากว่า 60ปี […]

เมืองโบราณ สมุทรปราการ แหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรม

เมืองโบราณ ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ห่างจากตัวจังหวัด 8 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวบรวมสถานที่สำคัญ ๆ ในประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2506 ปูชนียสถานที่สำคัญ ๆ  เช่น เขาพระวิหาร ปราสาทหินพนมรุ้ง วัดมหาธาตุสุโขทัย พระพุทธบาทสระบุรี พระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยา ฯลฯ โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลง บางแห่งเท่าแบบจริงการสร้าง  ฝีมือประณีต นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่นับวันจะสูญหายไปจากสังคมยุคใหม่ ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของประเทศไทยจะศึกษาได้จากเมืองโบราณแห่งนี้ การเดินทาง รถยนต์  ไปตามถนนสายสำโรง-สมุทรปราการ ถึงสามแยกสมุทรปราการให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท สายเก่า (ไปทางบางปู) ประมาณกิโลเมตรที่ 33 ห่างจากปากทางประมาณ 8 กิโลเมตร เมืองโบราณจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย ปอ. 102, 142, 511 ไปลงปลายทาง แล้วต่อรถเมล์เล็กสาย 36 ผ่านเมืองโบราณ เปิดให้เข้าชมทุกวัน […]

เหมืองลิกไนต์ แม่เมาะ ลำปาง

เหมืองลิกไนต์ เป็นแหล่งถ่านหินซึ่งค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2460 มีปริมาณถึง 630 ล้านตัน และมีอายุประมาณ 40 ล้านปี พื้นที่เหมืองทั้งหมดเป็นของกรมป่าไม้ มีประมาณ 20,000 ไร่ สามารถใช้ได้อีกประมาณ 50 ปี บริเวณเหมืองมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงตั้งอยู่หลายโรง ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงไปบริเวณขุดเจาะถ่านหินเพราะมีอันตรายจากวัตถุระเบิดที่ใช้ทำเหมือง แต่ กฟผ. ได้จัดทำจุดชมวิวซึ่งเป็นสวนหย่อม ตกแต่งปลูกไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ บริเวณด้านหลังอาคารพิพิธภัณฑ์ และด้านหลังอาคารนันทนาการ สามารถมองเห็นการทำงานของรถขุดตักแร่ซึ่งอยู่ห่างออกไปเบื้องล่างได้เป็นมุมกว้าง นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) ซึ่งให้ความรู้ทางธรณีวิทยาบริเวณเหมืองแม่เมาะ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของเหมืองและเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า เปิดบริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดวันจันทร์ เวลาให้เข้าชม 4 รอบ ตั้งแต่เวลา 09.00 น., 10.30 น., 13.00 น. และ 14.30 น. ส่วนบริเวณด้านตะวันออกของเหมืองซึงเป็นพื้นที่ทิ้งดินจากการทำเหมืองทำเป็นทุ่งบัวตองบริเวณกว้างจะบานในช่วงราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ในบริเวณเหมืองมีบ้านพักรับรองของ กฟผ.แบบบังกะโล จำนวน 14ห้อง ราคา 600 บาท […]

รวมสถานที่ท่องเที่ยวใน สวนผึ้ง ราชบุรี

ข้อมูลท่องเที่ยว แผนที่ ราชบุรี จองโรงแรม ที่พัก สวนผึ้ง ราชบุรี Scenery resort, บ้านหอมเทียน, บ่อคลึง, น้ำตกเก้าชั้น ผู้สนับสนุน ที่พักสวนผึ้ง ราชบุรี พื้นที่โฆษณาตำแหน่ง D พื้นที่โฆษณาตำแหน่ง D สวนผึ้งเป็นอำเภอบนพื้นที่สูงในโอบล้อมของขุนเขาติดชายแดนไทย-พม่า จึงมีสภาพอากาศที่เย็นสบายคล้ายกับภาคเหนือ และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แค่เพียงระยะเวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง Link. สวนผึ้ง | ที่พักสวนผึ้ง | รีสอร์ทสวนผึ้ง สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอ สวนผึ้ง และ อำเภอใกล้เคียง โป่งยุบ ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 6 บ้านท่าเคย ตำบลท่าเคย อยู่ในพื้นที่ของชาวบ้าน ก่อนถึงตัวอำเภอสวนผึ้งประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะแปลกตา ในเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ […]

บ้านเสานัก ลำปาง สถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

บ้านเสานัก ตั้งอยู่เลขที่ 86 ถนนป่าไม้ เป็นบ้านไม้ที่มีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้น จึงเรียกว่าบ้านเสานัก (ตามภาษาพื้นเมือง “นัก” มีความหมายว่า “มาก”) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 โดยหม่องจันโอง ต้นตระกูลจันทร วิโรจน์ ลักษณะบ้านเป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา เป็นบ้านไม้สักทรงไทย หลังคาและโครงสร้างเป็นแบบล้านนา ส่วนพาไลย์ (ระเบียง) รอบบ้านแสดงความเป็นพม่า ประกอบด้วยเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นเรือนหมู่ มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักบ้านถึง 116 ต้น หน้าบ้านมีต้นสารภี อายุ 133 ปี แต่เดิมบ้านเสานักเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และใช้เป็นสถานที่จัดขันโตกและงานพิธีมงคล เปิดให้เข้าชมบ้านและของสะสมต่าง ๆ ทุกวันเวลา 09.00-17.00 น.ค่าเข้าชมพร้อมเครื่องดื่ม 30 บาท สอบถามได้ที่ โทร. 0 5422 7653, 0 5422 4636 ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สถานีรถไฟนครลำปาง

สถานีรถไฟนครลำปาง สถานีแห่งนี้เปิดรับขบวนรถไฟโดยสารครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2459 ซึ่งตรงกับวันปีใหม่ไทยในยุคนั้น สมัยนั้นมีเจ้ากรมรถไฟเป็นวิศวกรชาวเยอรมัน เมื่อแรกเริ่มมีรถไฟสายเหนือ สถานีรถไฟนครลำปางคือจุดสิ้นสุดของเส้นทาง สถานีนี้ตั้งอยู่สุดถนนสุเรนทร์ บริเวณสี่แยกบ้านสบตุ๋ย อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนสามสายแรกในภาคเหนือของประเทศไทย ต่อมาพื้นที่นาบริเวณชานเมืองได้เปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่เมืองอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับความเจริญที่เพิ่มทวีมากขึ้น มีการพัฒนาเส้นทางรถไฟด้วยการขุดเจาะอุโมงค์ขุนตาลผ่านภูเขาและไปถึงนครเชียงใหม่ใน พ.ศ. 2464 นครลำปางจึงเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ และลำเลียงสินค้าที่จำเป็นจากภาคเหนือมายังกรุงเทพฯ ส่งผลให้ย่านการค้าสบตุ๋ยแห่งนี้มีความเจริญอย่างมาก อาคารโบราณเหล่านี้ยังคงหลงเหลือเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่คงรายละเอียดของความสวยงามไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปางโดยแท้ ที่มา. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย