จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

เส้นทางแห่งความรัก…กิ่วแม่ปาน ยอดดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

วันนี้มีข้อมูลของ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มาฝากกันคะ

พระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดดอยอินทนนท์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน (Kew Mae Pan Nature Trail)
อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานฯ ที่มียอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย อยู่ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

ป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทาง ช่วงแรกผ่านเข้าไปในป่าดิบเขาซึ่งมีบรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าเต็มไปด้วยเฟินหลากหลายชนิด มีมอสสีเขียวขึ้นคลุมตามโคนต้นไม้และบริเวณริมห้วยที่ชุมชื้น ทางจะเดินขึ้นเขาจนทะลุออกยังทุ่งหญ้าโล่งกว้างของสันกิ่วแม่ปานซึ่งมีแสง แดดจ้าและสายลมแรง ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจากสภาพที่ผ่านมาทันที

ทุ่งหญ้าบริเวณนี้เคยเป็นป่าดิบเขามาก่อน แต่ได้ถูกบุกรุกทำลายไปจนมีสภาพดังเช่นปัจจุบัน จากนี้ทางเดินจะเลียบไปตามสันเขาที่มีดงต้นกุหลาบพันปี รวมทั้งไม้พุ่มขนาดเล็กอย่างช้ามะยมดอยและต่างไก่ป่า ซึ่งเป็นตัวอย่างของสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ให้ศึกษา

ทางช่วงสุดท้ายจะเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งและไปสิ้นสุดที่จุดเริ่มต้นของเส้นทาง รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง เส้นทางนี้อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เส้นทางนี้เราสามารถพบดอกไม้หายาก ได้มากมาย เช่น สุวรรณนภา, บีโกเนียป่า ฯลฯ

ดอกบัวทองเป็นพันธุ์ไม้ที่นำมาจากเทือกเขาหิมาลัย

การเดินชมป่าในกิ่วแม่ปาน ต้องไปลงชื่อและเสียค่าจ้างเจ้าหน้าที่นำทาง 200 บาท

ผู้สนใจต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ช่วงเวลาที่เหมาะ คือ เดือนธันวาคม-มกราคม

ส่วนในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เส้นทางนี้ปิดให้บริการเพื่อให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัว

กิจกรรมชมทิวทัศน์ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

เส้นทางนี้จะผ่านสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกัน หลายลักษณะ

ป่าเมฆ สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและมีความชื้นสูงตลอดปีพื้นที่จะมีเมฆหมอกปกความเกือบตลอดเวลา ตามต้นไม้ต่างๆ จึ่งมีพืชที่ชอบความชื้นจำพวก มอส เฟิน ไรเคน และกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่อย่างเหนียวแน่น

สายน้ำสายใยชีวิต พื้นป่ามีซากพืชปกคลุมค่อนข้างหนาแน่นเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น การสลายตัวของซากพืชจึงเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้สิ่งปกคลุมหน้าดินเปรียบเสมือนฟองน้ำที่มีรูพรุนเกิดผลดีต่อการดูดซับและเก็บกักน้ำไว้ในดิน

นอกจากนั้นบรรดามอส เฟิน ที่ขึ้นตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้ยังทำหน้าที่ดูดซับความชื้นที่มากับเมฆหมอกและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำลงสู่ดิน

ไม้เด่นของป่าดิบเขา ไม้ยืนต้นในกลุ่มไม้โอ๊คในวงศ์ Fagaceae ต้นก่อจัดได้ว่าเป็นไม้เด่นที่ใช้ในการบ่งชี้ความเป็นสังคมพืชป่าดิบเขา ที่พบในประเทศไทยมีด้วยกัน 4 สกุล ซึ่งบริเวณกิ่วแม่ปาน เป็นแหล่งที่พบไม้ก่อได้ทั้ง สี่สกุล เช่น ก่อหมวกหรือก่อตลับในสกุล Quercus ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อตาหมู ซึ่งบางครั้งเรียกทั่วไปว่าก่อหนามหรือก่อกินลูกในสกุล Castanopsis ก่อพวงสกุล Lithocarpus และก่อดอยช้างสกุล Trigonobalanus ผลของไม้ป่าเป็นอาหารของสัตว์ป่า เปลือกก่อบางชนิดใช้ย้อมหนังได้ดี

เถาวัลย์ ป่าบริเวณนี้มีเรือนยอดค่อนข้างแน่นทึบ แสงส่องผ่านมายังพื้นดินเพียงเล็กน้อย ช่วยทำให้บรรยากาศของป่าดูทึมทะมึนคล้ายป่าโบราณหรือป่าดึกดำบรรพ์ สายระโยงระยางของเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวต้นไม้น้อยใหญ่

ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ พืชกึ่งอัลไพน์ ซึ่งมักพบปกคลุมสันเขาและยอดเขาบริเวณที่สูงกว่า 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะของพื้นที่เป็นที่โล่ง ดินค่อนข้างตื้น และมีหินโผล่ มีหญ้าปกคลุมสลับกับไม้พุ่มและพืชล้มลุกที่พบในเขตอบอุ่น สันนิษฐานว่าการเกิดสังคมพืชเช่นนี้ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี และมีการแปรปรวนของแรงลมสูง จึงทำให้ไม้ใหญ่สังคม ของพืชป่าดิบเขาระดับสูงไม่สามารเจริญเติบโตได้ พันธุ์ไม้หลายชนิดที่พบได้แก่ บัวทอง มะแหลบ ต่างไก่ป่า และกูดเกี๊ยะ เป็นต้น

กุหลาบพันปี ไม้ยืนต้นที่มีดอกแดงพราวไปทั้งต้นในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป คือ กุหลาบพันปีหรือคำแดง ความประทับใจต่อกุหลาบพันปี ไม่ได้อยู่ที่ดอกสีแดงเท่านั้น แต่ลักษณะลำต้นที่คดงอและแคระแกรนด้วยแรงลมปะทะหน้าผา พร้อมด้วยไลเคนที่เกาะตามกิ่งก้านของกุหลาบพันปีที่ขึ้นเป็นดง เป็นสิ่งที่น่าทึ่งและหาชมได้ยาก กุหลาบพันปีเป็นไม้สกุล โรโดเดนดรอน (Rhododendron) ในวงศ์กุหลาบดอย (Ericaceae) ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกันกับช้ามะยมดอย ที่ผ่านมาไม้ประเภทนี้ชอบขึ้นในดินที่เป็นกรดและตามลาดเขาที่มีดินตื้น กุหลาบพันปีในบ้านเรายังมีอีกหลายชนิด ทั้งดอกสีแดงละดอกสีขาว ทั้งที่เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ไม้พุ่ม และไม้อิงอาศัย นิยมขึ้นที่มีอากาศหนาวเย็น ความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล

การเดินทาง

อุทยานแห่งชาติอินทนนท์อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง สันป่าตอง และแม่แจ่ม มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 530 ตารางกิโลเมตร ระยะทางจากเชียงใหม่ถึงดอยอินทนนท์ ประมาณ 105 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง

จากตัวเมืองเชียงใหม่ สามารถ เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ 3 เส้นทางคือ

  1. จากจังหวัดเชียงใหม่ใช้เส้นทางถนนเชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ผ่านอำเภอ หางดงและอำเภอสันป่าตอง มุ่งหน้าไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนจะถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามถนนสายจอมทอง- อินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และ ตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กม.
  2. จากจังหวัดเชียงใหม่ใช้เส้นทางถนนสายเชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ผ่านอำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอฮอด จากอำเภอฮอดเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง ฮอด (ทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 108) ผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวง แล้วเลี้ยวขวาต่อไปยังอำเภอแม่แจ่มโดยเส้นทางสาย ออบหลวง-แม่แจ่ม (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1088) จากอำเภอแม่แจ่มใช้เส้นทางสายแม่แจ่ม-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1192) ขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ที่ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 กิโลเมตรที่ 38-39)
  3. เป็นเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่ค่อนข้างจะลำบาก โดยทางจากจังหวัดเชียงใหม่ตามเส้นทางถนนสาย เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108) ผ่านอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง จากอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวา ตามถนน สายสันป่าตอง – บ้านกาด-แม่วิน (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1013) แล้วต่อด้วยเส้นทาง ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1284 หรือ เส้นทาง ร.พ.ช. ผ่านบ้านขุนวาง และขึ้นสู่ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) ที่กิโลเมตรที่ 31 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

การเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์

ทางขึ้นดอยจะชันมาก และคดเคี้ยว ถ้ารถอยู่ในสภาพไม่ดีหรือไม่ชำนาญพอ ควรนั่งหรือเช่ารถจากบริเวณหน้าวัดน้ำตกแม่กลางหรือบริเวณวัดพระธาตุศรีจอมทองจะสะดวกกว่า

** หากนั่งรถมาเองจะเสียเงินค่ารถจากประตูเชียงใหม่ถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณไม่เกิน 100 บาท/คน ถ้าหากมาในช่วงเทศกาล หรือฤดูกาลท่องเที่ยว ค่ารถอาจมีการปรับตัวขึ้นอีกเล็กน้อย

**รถบัสขนาดใหญ่ ไม่สามารถขับขึ้นไปบนยอดดอยได้ สามารถจอดรถได้ที่วัดน้ำตกแม่กลาง ซึ่งตั้งอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงด่านที่หนึ่งประมาณ 50 เมตร ในช่วงเทศกาลคิดอัตราค่าจอดคันละ 50 บาท

รถสองแถวที่เหมานั้นจะพาเที่ยว 4 จุด คือ ยอดดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุ ตลาดม้งบ้านขุนกลาง และน้ำตกวชิรธาร ในอัตราค่าเหมารถคันละ 1,200 บาท หรือคิดต่อคนคนละ 100 บาท

รถตู้เหมาคันละ 1,400 บาท หรือคนละ 120 รถคันหนึ่งนั่งได้ไม่เกิน 12 คน เด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ไม่คิดค่ารถ

** ค่าเหมารถนี้จะไม่รวมค่าธรรมเนียมของอุทยานฯ อีกคนละ 20 บาท หากนักท่องเที่ยวต้องการจะพักค้างคืนที่ อุทยานฯ รถจะพาคุณไปจุดท่องเที่ยวทั้ง 4 ก่อน แล้วพาคุณมาพักค้างคืนที่อุทยานฯ รุ่งเช้ารถจะมารับเพื่อพาคุณมาส่งที่หน้าวัดน้ำตกแม่กลาง หรือหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

ถ้า นั่งรถไฟมาที่สถานีรถไฟ หรือรถบขส.มาลงที่สถานีขนส่งอาเขต

- ให้ต่อรถสองแถวสีแดงหรือรถตุ๊กตุ๊ก มาลงที่ประตูเชียงใหม่ คนขับรถอาจเรียกค่าบริการแพง พยายามนั่งรถที่มีคำว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ มช. แล้วตกลงค่ารถก่อน บอกคนขับว่า ไปประตูเชียงใหม่คิดเท่าไหร่ ราคา 20 บาท แล้วไปต่อรถสองแถวสีเหลืองที่มีป้ายเขียนว่า เชียงใหม่ - จอมทอง ค่ารถ 20 บาท / คน รถเหลืองนี้จะจอดแวะรับผู้โดยสารตลอดเส้นทาง ใช้เวลาถึงหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง

- หรือจะเหมารถไปอินทนนท์เรยก็ได้ ราคาไม่ควรเกิน 1,800 บาท / คัน (หากเป็นช่วงปีใหม่ราคาค่ารถจะปรับตัวสูงขึ้น)

ฝั่งด้านหลังของประดูเชียงใหม่ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร จะเป็นท่ารถเมล์เล็กสีฟ้าที่มีป้ายเขียนว่า เชียงใหม่ /ฮอด/ดอยเต่า รถคันนี้จะผ่านหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองเช่นกัน คิดค่ารถ 23 บาท / คน ใช้เวลาประมาณ 80 นาที รถมีตั้งแต่เวลา 05.00 น. -18.00 น. รถออกห่างกันคันละประมาณ 15 -20 นาที
เมื่อถึงหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง ให้ต่อรถจอมทอง-อินทนนท์ ไปลงที่ทำการอุทยานฯ ค่ารถคนละประมาณ 30 บาท
บริการรถสองแถว (คันสีเหลืองและสีแดง) ขึ้นที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร ในตัวอำเภอจอมทอง หรือที่หน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมที่ 1 ก็ได้

อัตราค่าธรรมเนียม

นักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท/เด็ก 20 บาท

นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200บาท เด็ก 100 บาท

รถยนต์ 30 บาท

มอเตอรไซด์ 20 บาท

เมื่อเสียค่าธรรมเนียมแล้ว สามารถนำบัตรนั้นผ่านด่านอื่นหรือผ่านเข้าไปเที่ยวลงเล่นน้ำตกที่มีการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียม ซึ่งทางอุทยานฯ มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 4 แห่ง คือ

  1. น้ำตกแม่ยะ
  2. น้ำตกแม่กลาง
  3. ด่านเก็บค่าธรรมเนียมที่ 1
  4. ด่านเก็บค่าธรรมเนียมที่ 2

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ลานจอดรถเป็นบล็อคตัวหนอน จำนวน 2 แห่ง สามารถจอดรถยนต์ส่วนบุคคลได้ประมาณ 50 คัน
  • มีร้านอาหารบริการ กาแฟ อาหารว่าง และมีร้านขายของที่ระลึก
  • มีห้องน้ำแยกชายหญิงสภาพมีความสะอาดดี


การใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ต้องได้รับอนุญาตจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ในช่วงเดือน มิถุนายน-ตุลาคม ของทุกปี เส้นทางจะปิดเพื่อปรับปรุงให้ป่าฟื้นตัวจากการรบกวนของมนุษย์

กลุ่มนักท่องเที่ยวไม่เกิน 15 คน / นักสื่อความหมายธรรมชาติ เนื่องจากเส้นทางฯ มีความเปราะบางสูงมาก และง่ายต่อการได้รับผลกระทบจากมนุษย์

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตู้ ป.ณ.2 ม.7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160

ส่วนอุทยานแห่งขาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
โทรศัพท์ 0-5381-8348 หรือ http://www.dnp.go.th

ขอบคุณรูปสวยๆ และคำบรรยายภาพ By Yoshiko

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

2 comments to เส้นทางแห่งความรัก…กิ่วแม่ปาน ยอดดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

  • ทองเหม็น

    สวยจัง อยากไป

  • คนเชียงใหม่

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่หมู่บ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยน่ะคับ

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*