จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

เที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ชมน้ำพุร้อนเมืองลำปาง

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้รับ ”รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Awards) อุทยานแห่งชาติดีเด่นประจำปี2543″ แจ้ซ้อนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2531 ลำดับที่ 58 ของประเทศไทย ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดเยี่ยมในด้านการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยาน

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดลำปาง เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างลำปางและเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 768 ตารางกิโลเมตร หรือ 480,000 ไร่

แจ้ซ้อน มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ทำให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด มีสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่สวยงามและมีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น น้ำตกแจ้ซ้อน น้ำตกแม่เปียก น้ำตกแม่ขุน น้ำตกแม่มอญ มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ แอ่งน้ำอุ่น และยังมีถ้ำที่สามารถเข้าไปศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำผางาม ถ้ำน้ำ ถ้ำหม้อ เป็นต้น

ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว ในช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ จะมีอากาศเย็นสบาย

จักจั่นน้ำแร่ ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี จะมีจักจั่นป่ามารวมตัวกันบริเวณน้ำพุร้อน เป็นจำนวนมากนับหมื่นตัว

การชมดอกเสี้ยวบาน ดอกเสี้ยวป่า (ดอกชงโคสีขาว) ออกดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว เดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม เทศกาลดอกเสี้ยวบาน ของอำเภอจะมีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่หมู่บ้านป่าเหมี้ยง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน เป็นบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งเกิดทางธรณีวิทยา อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่รวมกันบนลานกว้างประมาณ 3 ไร่ จำนวน 9 บ่อ ในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นบ่อหินตื้น ๆ มีหินรูปทรงต่าง ๆ ภายในมีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป สามารถเดินลัดเลาะเข้าไปเที่ยวได้ มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ และมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณทั้งวัน ยิ่งในตอนเช้าของฤดูหนาวจะมีหมอกควันลอยหนาแน่น…บางคนนำไข่ นกกระทา หรือไข่ไก่หย่อนลงไปในบ่อเพียง 10 นาทีกว่า ๆ ไข่ไก่แช่นาน ประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมีรสชาติมันอร่อย ไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า

อุณหภูมิเฉลี่ย อุณหภูมิของน้ำในบ่อสูงประมาณ 70-73 องศาเซลเซียส

แอ่งน้ำอุ่น ตั้งอยู่ติดกับ บ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของน้ำพุร้อนและน้ำเย็นที่มาจากน้ำตก แจ้ซ้อนทำให้เกิดเป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะซึ่งสามารถใช้แช่อาบได้

น้ำแร่จากที่นี่ไม่ สามารถใช้ดื่มได้ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่ จะช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่น บำบัดความเมื่อยล้าของร่างกาย รักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูก

ห้องอาบน้ำแร่ มี 3 แบบ คือ ห้องอาบน้ำแร่แบบแช่ส่วนตัว แยกชายหญิงอย่างเป็นสัดส่วน จำนวน 41 ห้อง ห้องแช่รวม 1 ห้อง และสระน้ำแร่กลางแจ้ง ทั้ง 3 แบบเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. และในวันหยุดเปิดบริการ ตั้งแต่ 06.00 – 19.00 น. อุณหภูมิของน้ำแร่ที่ใช้อาบประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส โดยน้ำแร่ที่ใช้แช่อาบจะ ต่อท่อตรงมาจากบ่อพักน้ำแร่ลานน้ำพุร้อน นอกจากนี้ยัง มีนวดแผนโบราณไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จะงดให้บริการอาบน้ำแร่ เพื่อทำความสะอาดลานน้ำพุร้อน เดือนละ 2 ครั้ง ควรสอบถามรายละเอียดก่อนการเดินทาง

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเลียบลำห้วยแม่มอญ ไว้สำหรับศึกษา หาความรู้ รวมทั้งได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ มีให้เลือกหลายเส้นทาง แต่ละเส้นทางมีเจ้าหน้าที่นำชม ได้แก่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน – น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ระยะทางสั้นทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยเส้นทางจะผ่านจุดสื่อความหมาย 19 จุด

เริ่มต้นเดินทาง จากบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ลานน้ำพุร้อนผ่านน้ำตกแจ้ซ้อน จนถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ แล้ววกกลับมาทางใหม่อีกจนถึงลานน้ำพุร้อน

  • เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับศึกษาพรรณไม้ต่าง ๆ เช่น ต้นก๋ง กวาวเครือ หรือ ยางปาย
  • ศึกษาระบบนิเวศน์ เช่น วงจรชีวิตหนอนรถด่วน รวมถึงอาจพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดงและปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญ
  • ศึกษาสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน เช่น อะไรทำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อน ทำไมน้ำพุร้อนทำให้ไข่แดงสุกแต่ไข่ขาวเหลว (ที่บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนนี้นิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามาแช่ สำหรับไข่ไก่แช่นานประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมีรสชาติมันอร่อยส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า) จั๊กจั่นน้ำแร่ เป็นอย่างไร (จักจั่นป่าเหล่านี้หลังจากผสมพันธุ์แล้วจะมาดื่มกินน้ำแร่ก่อนที่จะตาย)
  • ศึกษาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเองสำหรับอุทยานฯ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 60 กิโลวัตต์

ตลอดเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายอยู่ตามจุดต่างๆ เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติโดยไม่ต้องสมบุกสมบันมาก

น้ำตกแจ้ซ้อน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลมาจากลำน้ำแม่มอญ มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสาย แอ่งน้ำอุ่น ไทรยักษ์ ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ สูง 6 ชั้น มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีเส้นทางรถยนต์และทางเดินเท้าเข้าถึงน้ำตก สามารถเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตกได้ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงหกชั้นมี น้ำตลอดทั้งปี ในเส้นทางจะเห็นยางปายซึ่งเป็นไม้เด่นของ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน และพืชสมุนไพรบางชนิด เช่น กวาวเครือ เป็นต้น

เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก เส้นทางนี้เดินเป็นวงกลม เลาะเลียบไปตามลำห้วยทั้งสองฝั่ง ระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร เริ่มต้นจากบริเวณโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ผ่านจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น น้ำตกแม่เปียก น้ำตกวังไฮ สภาพเป็นป่าดงดิบชื้นจะพบเห็นพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น ไทรพัน แหย่งซึ่งเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดด หวาย ตลอดเส้นทางจะได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ การนำทรัพยากรจากป่ามาใช้ประโยชน์ เช่น น้ำมันยาง สารพัดประโยชน์ที่นำมาใช้กับเครื่องยนต์จนถึงทำน้ำมันใส่แผลไผ่ข้าวหลาม ที่มีเปลือกบางเผาง่าย เมี่ยง(ชา)ที่ใบอ่อนจะนำมานึ่งแล้วหมักทำเป็นเมี่ยงนิยมรับประทานเป็นของ ว่างใช้ต้อนรับแขกทางภาคเหนือของไทย ยอดอ่อนนำมาอบแห้งแล้วชงกับน้ำร้อนดื่มเป็นชา ซึ่งเมี่ยง(ชา)จะมีสารคาเฟอีนออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกาแฟ แหย่ง ใบใช้ห่ออาหารแทนใบตอง หรือนำลำต้นไปตากให้แห้งแล้วสานเป็นเสื่อ หรือแม้แต่การสร้าง ฝายน้ำล้น ที่นำไปผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อใช้ภายในอุทยานฯ ระหว่างเส้นทางถ้าโชคดีอาจพบ หมูป่า และเต่าปูลู ที่มีลักษณะไม่เหมือนเต่าทั่วไปและกำลังจะสูญพันธ์ เต่าปูลูมีหางยาวหัวและขาไม่สามารถหดในกระดองเหมือนเต่าทั่วไป มีความสามารถในการปีนป่ายและกินสัตว์จำพวกปูหรือปลาเป็นอาหาร เป็นต้น เดิน ไปจนถึงน้ำตกแม่เปียก และเดินวกกลับมาอีกฟากหนึ่งของลำห้วย จนมาถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำและเดินกลับมาทางเดียวกับเส้นที่หนึ่ง ตลอดเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมาย อยู่ตามจุดต่างๆ 16 จุด ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง


เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่ขุน – แม่มอน การเดินเท้าเข้าไปเที่ยวน้ำตกแม่ขุน – น้ำตกแม่มอนต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทางพาเข้าไประยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ค่านำทางก็แล้วแต่จะให้ตามศรัทธา

น้ำตกแม่มอน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าน้ำตกเป็นทางลูกรังเดิมเป็นเส้นทางขนส่งแร่ ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลแรงจากชะง่อนผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง น้ำจะตกลงมาเป็นชั้น ๆ สวยงามแปลกตา

น้ำตกแม่ขุน ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯ 5 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับน้ำตกแม่มอน เป็นน้ำตกสายยาว สูงประมาณ 100 เมตร ไหลลงมาบรรจบกับน้ำตกแม่มอน

ที่พัก อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้รับรางวัลด้านการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก ในอุทยานฯ ได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติแล้ว สภาพแวดล้อมภายในอุทยานฯ สร้างอยู่บนเนินเขา สามารถนำรถยนต์เข้าถึงได้ และตกแต่งอย่างสวยงาม

ที่นี่มีบ้านพัก เต็นท์ให้เช่า ห้องอาบน้ำ  ร้านอาหาร โทรศัพท์สาธารณะ

บ้านพักมีจำนวน 13 หลัง รับ นักท่องเที่ยวได้ทั้งสิ้น 70 คน พักได้หลังละ 3-15 คน (ราคาห้องละ 900-3,600 บาท)

ค่ายพักแรมและแค้มป์ไฟ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นคณะใหญ่ๆ มีค่ายพักแรม จำนวน 2 หลัง สามารถรองรับนักท่องเที่ยว ได้จำนวน 80 คน (ราคาห้องละ 2,000 บาท)

มีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า พักได้ 2-5 คน ราคา 150-225 บาท

หรือถ้านำเต็นท์มาเอง เสียค่าสถานที่กางเต็นท์ มีที่สำหรับกางเต็นท์ไว้เป็นจุดๆ มีทางเดินเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละฐาน มีปลั๊กไฟ เตาปิกนิก ถัง ขยะ ที่ล้างจาน และห้องน้ำ ที่จัดสร้างให้กลมกลืนกับธรรมชาติ อัตราค่าบริการที่ กางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน

ติดต่อจองบ้านพักที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0-2562-0760-2 www.dnp.go.th หรือที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ต. แจ้ซ้อน อ. เมืองปาน จ. ลำปาง 52240
โทร. 0-5422-9000 08 -9851- 3355

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

3 comments to เที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ชมน้ำพุร้อนเมืองลำปาง

  • น้ำตกแจ้ซ้อนเป็นน้ำตกที่ดีที่สุดค่ะ ใครว่าง ๆ ก็ไปเที่ยวกันนะค่ะ

  • เพื่อน ๆ เข้ามาดูกันนะมีน้ำตกและอุทยานที่ดีมากเลยค่ะเจ้าหน้าที่เป็นกันเองมากค่ะ

  • วันพรุ่งนี้จะได้ไปทัศนศึกษาที่น้ำตกแจ้ซ้อนด้วยล่ะ ดีใจมากเลยค่ะ

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*