จองโรงแรม ที่พักทั่วไทย ราคาถูก มีห้องว่าง ยืนยันห้องพักทันที เช็คราคาดูก่อนได้ครับ

ทริปโหด…ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตยอดดอยภูแว

ทริปภูแว เป็นทริปที่ผมประทับใจทริปหนึ่ง ตอนแรกผมกับเพื่อนๆ หาที่เที่ยวช่วงปีใหม่กัน คุณต้น Travel-is ชวนไปเที่ยวน่าน ผมตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิดมาก ด้วยความที่ไม่เคยเดินขึ้นดอยมาก่อน เลยทำให้อยากไปมาก

เราออกเดินทางกันในคืนวันวันที่ 28 ธันวาคม หรือวันสุดท้ายของการทำงานในปี 2549 เรานัดรวมตัวกันที่หมอชิต เราเดินทางด้วยรถปรับอากาศชั้น 2 เนื่องจากรถชั้น 1 เต็ม หมอชิตในวันนี้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว และผู้คนที่เดินทางกลับถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง

8 โมงเช้าวันที่ 29 เราลงรถที่ตลาด อ.ปัว ใน จ.น่าน เพื่อหาซื้อของ เสบียง ในระหว่างเดินทางและค้างแรมที่ ยอดดอยภูแว สำหรับ สิ่งของที่เราซื้อกัน จะเน้นไปที่ปลากระป๋อง และไข่ สำหรับใครที่จะซื้อไข่ให้ตอกไข่ใส่ขวดน้ำจะสะดวกกว่า ใส่ถุงเป็นฟองๆ ใครที่ยังไม่มีถุงมือ หมวกไหมพรม ผ้าปูรองเต๊นสามารถซื้อได้ที่นี่ และที่ขาดไม่ได้คือน้ำดื่ม ที่ยอดดอยภูแว ไม่มีแหล่งน้ำ นักท่องเที่ยวต้องนำขึ้นไปเอง ที่ขาดไม่ได้สำหรับผมและเพื่อนๆคือเบียร์ เป็นเครื่องดิ่มที่กันหนาว สร้างสีสัน และช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี

จากตลาด อ.ปัว เราเดินทางด้วยรถตู้มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระหว่างทางผ่านหุบเขาหลายหุบเขา จนนับไม่ถ้วน ภูเขาสีเขียวแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าในจังหวัดน่าน ผมคิดไว้ว่าซักครั้งในชีวิตจะต้องขับรถมาเที่ยวที่น่านอีกให้ได้ การขับรถที่น่าน ต้องใช้ฝีมือและเครื่องยนต์พอสมควร โค้งที่นี่เยอะมาก เราเลียบภูเขาไปตลอดทาง

ต้นเมเปิ้ล

เรามาถึงปากทางขึ้นยอดดอยภูแวตอน 12.30 น. ทานข้าวกล่องที่ซื้อมาจาก ตลาด อ. ปัว ต้องรีบทำเวลาเพื่อจะได้ถึงยอดดอยภูแวก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ได้สอบถามถึงเจ้าหน้าที่ว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นภูแวกี่คน เจ้าหน้าที่ตอบว่า 96 คน และในคืนนี้ก็มีเพียงกลุ่มเรากลุ่มเดียวที่ขึ้นภูแว

สัมภาระถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ ของบางส่วนเราสะพายขึ้นไปเอง อีกส่วนเราจ้างลูกหาบแบกสัมภาระและนำทางเราขึ้นไปด้านบน ลูกหาบที่นี่คิดค่าจ้างคนละ 250 บาท สามารถติดต่อลูกหาบได้ที่ทำการอุทยาน

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางกัน ในตอนขาขึ้นเห็นเด็กที่อาศัยอยู่บ้านปู่ดู่ กำลังขึ้นดอยกลับบ้าน เด็กๆ เดินกันตัวปลิวเลย แต่สำหรับพวกเราแล้ว ยิ่งเดินก็ยิ่งชัน เหนื่อยขึ้นๆ

เราแวะพักเป็นระยะๆ แวะถ่ายรูปบรรยากาศ ประมาณ 1 ชม ครึ่ง เราก็เดนทางมาถึงบ้านปู่ดู่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในดอย ชาวบ้านที่นี่อยู่กันอย่างธรรมชาติ กิน อยู่กันง่ายๆ ไฟฟ้าก็ใช้จาก Solar cell

บ้านปู่ดู่ หมู่บ้านบนดอยภูแว

ผมและทุกๆคนรู้สึกเหนื่อยขึ้นๆ จนจะเดินไม่ไหว ในบางช่วงต้องเดินลัดเลาะเขา ตระคริวเริ่มกินเป็นระยะ มีเพื่อนๆ มาช่วยนวดให้ผ่อนคลายจากอาการตะคริว มิตรภาพดีๆ เกิดขึ้นในทริปนี้

เราเดินข้ามเขากันไปไม่รู้กี่ลูก ก็ยังมองไม่เห็นยอดภูแวเลย จนประมาณ 5 โมงเย็นได้ยินเสียง กลุ่มที่เดินทางไปก่อนส่งเสียงมา ว่าถึงยอดภูแวแล้ว ผมรวบรวมกำลังครั้งสุดท้าย ในที่สุดเราก็มาถึงจุดกางเต๊นท์ตอน 5 โมงเศษๆ ที่จุดกางเต๊นท์ยังไม่ใช่ยอดดอยภูแว ต้องปีนไต่ไปอีกประมาณ 50-100 เมตรก็จะถึงยอดดอยภูแว

อากาศบนนี้ลมเย็นมาก ผมคิดว่าคืนนี้คงได้พบกับอุณหภูมิตัวเลขหลักเดียวแน่ๆ ทุกอย่างถูกเตรียมมาหมดแล้ว เสื้อกันหนาว 2 ตัว ถุงมือ หมวก พอเรามาถึงข้างบน ลูกหาบที่มาถึงก่อนก็กางเต็นให้เราแล้ว ผมวางสัมภาระลง หยิบกล้อง Fuji 5600 คู่ใจไปถ่ายวิวข้างบนยอดภูแว 50 เมตรสุดท้าย เป็นอะไรที่ชันและเหนื่อยมากๆ ขาทั้งสองข้างชาและล้าไปหมดแล้ว

วิวบนยอดดอยภูแว

ถ่ายรูปคู่กับป้ายซะหน่อย

ไม่มีดอยใดสูงเกินเขาเราจริงๆ ครับถ้าเราจะไปสัมผัสมัน เราอยู่ยอดดอยภูแวจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป จากนั้นก็ลงมาทำอาหารกัน อาหารที่เราทำกันก็ง่ายๆครับ ปลากระป๋อง กับไข่เจียว หมูแดดเดียว โดยมีผมอาสาเป็นพ่อครัวยามจำเป็น แค่นี้ก็อร่อยมากแล้ว เรื่องกับข้าวนี่ให้นำมาเผื่อลูกหาบด้วยนะครับ ลูกหาบเค้าจะไม่มีสัมภาระเค้าเลย เพราะลำพังแบกของของเราก็เยอะอยู่แล้ว เค้าจะพกข้าวเหนียวมาคนละปั้น สองปั้น

บรรยากาศในยามกลางคืน ก็เริ่มขึ้นพี่ลูกหาบส่งเหล้าที่กลั่นกันเองมา ให้ผมชิม เหล้าชาวบ้านนี่แรงมากครับ กินทีร้อนผ่าวไปถึงท้องเลย เบียร์เริ่มถูกเปิดไปทีละกระป๋อง สองกระป๋อง … ผมเพิ่งรู้เคล็ดลับของชาวบ้านที่นี่เค้าดื่มเหล้ากลั่นกันหนาว

ผมสงสัยว่าพี่ลูกหาบว่าเค้านอนยังไงเพราะไม่เห็นมีสัมภาระเค้าเลย เลยไปสำรวจพบว่าพี่ลูกหาบนอนในโพรงพุ่มไม้มีก้อนหินช่วยบังลม ไม่รู้เค้าทนความหนาวได้ยังไง

อากาศตอนกลางคืนมีลมเย็นและความชื้นจากน้ำค้าง ผมประมาณเอาว่าช่วงที่หนาวที่สุดน่าจะประมาณ 7-8 องศา ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ก็เริ่มอยากนอนกันแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปแปรงฟัน บนยอดดอยนี้ น้ำคือสิ่งที่มีค่า บนยอดดอยไม่มีแหล่งน้ำใดๆ ต้องใช้กันอย่างประหยัด ว่าแล้วผมก็เริ่มง่วงแล้วซิ พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ

ปี๊บๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุก ตอนตี 5 ครึ่ง ในโทรศัพท์โนเกียที่ไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้เพราะไม่มีสัญญาณ(มิใช่เพราะไม่ได้เติมเงิน) ผมตั้งใจว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น เปิดเต๊นท์ออกมามืดมาก ทั้งยังมีน้ำค้างอยู่ที่พื้นเยอะมาก มองไม่เห็นทางขึ้นยอดดอยเลย กลัวจะลื่นตกเขา สงสัยฟ้าไม่เป็นใจครับ เลยเปลี่ยนใจไม่ขึ้น แล้วรอฟ้าสว่างค่อยมาถ่ายรูป

ภูแวในตอนเช้า

ลานกางเต๊นท์ที่นอนเมื่อคืน น้ำค้างเยอะมาก

พอเริ่มสายเราก็เก็บของเตรียมจะกลับกัน กับข้าวในมื้อมีเหลือไม่มาก แต่เราก็แบ่งๆ กันกินรองท้องก่อนที่จะลงไปถึงด้านล่าง หลังจากนั้นการเดินทางก็เริ่มขึ้น ขาลงไม่ง่ายอย่างที่คิด บางช่วงที่ชันมากๆ เบรคแทบไม่อยู่

ผมจับเวลาตอนขาขึ้นใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่งมาจับเวลาตอนขาลงกันไหมครับว่าผมจะใช้เวลาเท่าไหร่ ขาลงใช้เวลาไปประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง เราเริ่มลงตอน 9 โมง ถึงด้านล่าง 12.30 น. พอลงถึงด้านล่างสิ่งที่นึกถึงคืออะไรรู้ไหมครับ ใช่ครับ คือห้องน้ำ ต่างคนต่างแย่งเข้าห้องน้ำ ก็ 2 วันพอดีที่ผมไม่ได้อาบน้ำ ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ :)

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

4 comments to ทริปโหด…ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตยอดดอยภูแว

  • ไปมาแล้วครับเมื่อปีที่แล้ว ^^

  • warddy

    อยากไปจังเยไม่มีเพื่อนไปเลย

  • ๋Joe

    อยากบอกว่าผมไปมาแล้วสองครั้งเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ประทับใจมาก ถ้าจะให้สนุกและมันก็ต้องไปตอนช่วงปลายฝนต้นหนาว ทากกำลังเยอะ ต้นไม่สีเขียว แต่เส้นทางที่พวกผมไปเมื่อก่อนไม่ได้เดินตามทางเดินของนักท่องเที่ยวนะครับ เราเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เราจะได้เจอต้นไม้เหมือนสมัยโบราณ มีนาข้าวที่ปลูกบนเขา เดินเลียบไปตามสันเขาเจอต้นไม้ที่มีรังนกกระจาบนับสิบรัง โอย..เยอะแยะไปหมด สวยมากกกก บรรยายไม่ถูก ผมจะกลับไปอีกครั้งแต่ไม่รู้ว่าจะเดินไหวเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า คิดถึงภูแวที่สุด

  • nantarat

    เห็นรูปและอ่านบทความแล้วอยากไปบ้างค่ะ
    ไม่ทราบว่าเดินทางด้วยตัวเองได้ยังไงคะจากหมอชิต นั่งรถสายอะไรคะ
    แล้วต่อรถตู้ที่ตลาด อ.ปัว ต้องเหมารึเปล่า ถ้าจะไปกันเองซัก 2-3 คน แล้วเดินขึ้นวันนั้นเลยค่ะ
    แล้วพอลงมาจากภูแวแล้ว จะเดินทางไปพักต่อที่ อช.ภูคา จะต้องเหมารถ หรือมีรถประจำทางคะ
    รบกวนหลายคำถามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

Leave a Reply to warddy

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*